'w'/

ไม่ได้เขียนไปสักพักหนึ่ง จะว่าเพราะเริ่มหมดมุขเขียนบล็อกก็ว่าได้มั้ง 5555

จริงๆเรามีเรื่องหนึ่งที่ เราอยากเขียนนานละ แต่ว่า มันทั้งยาว ละเอียด และเป็นเรื่องที่น่าเบื่อน่ารำคาญมากเรื่องหนึ่ง นั่นคือ เรามองถึงปัญหาและสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมคอสเพลย์ปัจจุบัน จนคิดว่าเข้าใจทะลุปรุโปร่งพอควร

เราเองได้คิดถึงหนทางการแก้ ไขหลายๆทางมาก (หลายคนที่เคยคุยกะเราจะรู้ว่าเรามีไอเดียมากมายก่ายกองสุดๆ) แต่เราลังเลมาตลอดว่าจะทำหรือไม่ทำ และคำตอบก็คือ

....เราตัดสินใจแล้วว่า เราจะไม่ทำ ...หลายคนอาจจะแบบว่า "หมายความว่ายังไงเนี่ย" 5555 เมื่อวานมีประโยคหนึ่งประมาณว่า "ไม่อยากให้เสียใจ เมื่อมองกลับไปว่าไม่ได้ทำ" ..แต่เมื่อเรามอง Props&Ops แล้ว เรากลับได้คำตอบว่า "ไม่อะ เราไม่เสียใจเลย เพราะเราว่าเราทำมากพอแล้วละ"

Entry นี้ เราจะขอเน้นไปที่ปัญหาต่างๆที่เราจะเจาะให้แต่ละคนเห็น นึกภาพตามออกเลยนะ จะกระทบใครบ้าง เราก็ขออภัยล่วงหน้าละกัน เพราะสาเหตุที่เราเขียนนั้น...คือ เราหวังว่าใครสักคนจะมองเห็นและหยิบในสิ่งที่เราเขียนไปคิดทบทวนให้ดี

และในหลายๆข้อความ มันอาจจะฟังดูรุนแรง หรือ โอเวอร์มากไป เพราะบางทีก็ต้องเน้นรวมๆ อย่าลืมว่า ในสังคมนั้นมีทั้งดีและไม่ดี สิ่งที่เราเขียน ไม่ได้แปลว่าทุกๆอย่างมันไม่ดีหมดนะครับ

Chapter 1 : จุดสนิมบนคมดาบ

เราจะบอกก่อนเลยว่า สังคมคอสเพลย์ ไม่ได้แย่มากมายอะไรหรอก...แต่ก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่า มันก็เหมือนจะแย่ลงไปจากก่อนๆหรือเปล่า มีใครรู้สึกไหม?

เรามองว่า มันมีสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พวกเรามองข้ามไปหลายๆอย่าง เหมือนสนิม..ที่มันกระจัดกระจายกัดดินคมดาบ จนถึงวันหนึ่งเราเพิ่งมารู้สึกตัวว่า คมดาบนั้นได้สึกทื่อเพราะสนิมไปแล้ว

ก่อนอื่น ต้องถามว่า คอสเพลย์คืออะไร? ... คำถามนี้แต่ละคนตอบไม่เหมือนกันหรอก แต่เราสรุปคร่าวๆว่า มันคือกิจกรรมสนองความอยากส่วนตัว อยากที่จะเป็น สวมบทบาทสิ่งๆหนึ่ง ตัวละครตัวหนึ่ง ที่เรารักและชื่นชอบ

แต่เราลองมามองย้อนกันดูสังคมตอนนี้ว่า ....แน่ใจหรือว่าเป็น

เราคิดว่า มันคงจะเป็นอะไรที่ไม่ตรงกับคำว่า คอสเพลย์ ถ้าคนที่คอสนั้น ไม่ได้รักหรือชอบ หรือแค่รู้จักตัวละครที่กำลังคอสอยู่ เอาน่า เราไม่ได้แบบว่า คุณต้องรักถึงจะคอสได้ทุกครั้งหรอก 555 เราเองบางทีก็คอสตัวที่ไม่ค่อยรู้จักก็มี แต่อย่างน้อย เราก็พยายามศึกษาก่อนที่จะคอส เพื่อไม่ให้การคอสของเรามันทำร้ายความเป็นตัวละครนั้นๆไป จะว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตัวละครที่เราคอสก็ว่าได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ทร้ายจิตใจคนที่ชอบในเรื่องนั้นๆ

ทีนี้ ถามว่า ทำไมเราถึงเน้นตรงนี้ก่อนเลย ก็ต้องถามย้อนไปว่า "อะไรคือ คุณสมบัติของการเป็นคอสเพลย์เยอร์" ...ถ้าไม่มีความรัก ความชอบ ...ขอแค่มีตังค์ จ้างคนไปซื้อผ้า จ้างคนตัดชุด จ้างคนทำออป วันงานใส่ชุด เก็กให้ตากล้องรุมถ่ายโดยไม่รู้ว่ากำลังคอสตัวอะไร กลับบ้าน จบ

.....มีใครรู้สึกเหมือนเราไหมว่า คุณค่าของการเป็นคอสเพลย์เยอร์นั้น ...ช่างไร้ค่า วันหนึ่งข้างหน้ามีคนถามคุณว่า การเป็นคอสเพลย์เยอร์คุณต้องทำอะไรถึงจะเป็นได้ ...คุณจะตอบว่าอะไร

และ เราเชื่อว่า มันมีคนแบบนี้จริงในตอนนี้ ในสังคมนี้ จะมากหรือน้อยแค่ไหน รู้อยู่แก่ใจ

ที่นี้ คืบไปอีกสเต็ปคือ หลังจากที่เราไม่เน้นคุณค่าของการคอสแล้ว เรายังไปให้ความสำคัญบางอย่างมากไป จนเกิดค่านิยมที่ไปกันใหญ่ขึ้นทุกวัน

นั่นคือ เรากำลังเชิดชู คนหน้าตาดีคอส ไม่ใช่ คอสเพลย์ที่ดี...บางทีจะใช้คำว่า เรายกย่องคนคอสมากไป

เราบอกก่อนเลยว่า การหน้าตาดีไม่ใช่สิ่งที่ผิด (เช่นเรา ...ล้อเล่น 555) แต่การคอสมันมีอะไรมากกว่านั้นไม่ใช่หรือ มันมีทั้ง ชุดที่เหมือนไหม สวยไหม สร้างสรรค์ไหม อุปกรณ์เสริมละ แต่งหน้าเหมือนไหม เก็กท่าเหมือนไหม แสดงเหมือนไหม ฯลฯ มากมายที่รวมกันเป็นการคอสเพลย์

แต่ถ้าในเมื่อเราเชิดชูแต่ คนหน้าตาดี (จะขอรวมว่าคนดังด้วยก็ได้มั้ง) มันก็ไม่ผิดหรอก แต่อะไรที่มันมากไป บางทีมันก็ส่งผลเสียกลับมาไม่รู้ตัว

ลองคิดสิว่า คนๆหนึ่งที่หน้าตาดี คอสชุดงั้นๆ แต่ตากล้องรุมถ่ายๆๆ ...คนๆนั้น ถึงจุดหนึ่งก็จะเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องปราณีตกะชุดก็ได้ เพราะยังไงก็ถ่ายแค่หน้า...แต่ไป ไม่ต้องคอสมางาน คนก็ยังรุมถ่ายให้ความสำคัญเลย

กับอีกคน คอสโคตรเหมือน คอสโคตรเจ๋ง ...แต่หน้าตาไม่ดีพอที่ตากล้องจะสนใจ วันหนึ่ง เค้าก็อาจจะมองว่า การตั้งใจทำชุด ตั้งใจคอส บางทีมันก็ไม่มีความหมายเท่าหน้าตา

จะดีหรือ?

ทั้งๆที่ในสังคมคอสเพลย์มีอะไรอีกมากที่น่าชื่นชม แต่ทุกวันนี้เราเห็นแต่คำว่า "คอสน่ารักจัง" "ถ่ายคนดัง"

จนบางครั้ง เราสงสัยว่า คุณมาถ่ายคอสเพลย์ หรือ คุณแค่มาถ่ายอะไรก็ได้ที่หน้าตาดี? จริงๆบางทีเรายังอยากถามตากล้องเลยนะว่า ที่ถ่ายนะ รู้จักหรือเปล่าว่าเป็นคอสเพลย์?

เราจะข้ามไปอีก step เพื่อความไม่ยื่นเย้อ นั่นคือ ตากล้อง

เรามักพูดอยู่เสมอว่า ในสังคมนี้ ตากล้องคือผู้สร้างค่านิยม ...โอเค การคอสเพลย์แต่เดิมมันก็ไม่ใช่แค่ถ่ายรูป แต่ถามจริงเถอะนะ เคยคิดกันไหมว่า คอสเพลย์ตอนนี้มันกลวงมากๆ

ไปงาน กระจัดกระจายตามงาน ถ่ายรูปกันอย่างเดียว กิจกรรมอื่นไม่สน (อันนี้เราขอขยายความนะว่า มันทำให้เกิดวงจรที่แก้ไขไม่ได้ ยังไงนะหรือ สมมุติมีงานๆหนึ่ง จะจัดงานคอสเพลย์ ...เค้าก็ทำกิจกรรมประกวดคอส ชวนคอสทำนู้นทำนี่ ปรากฎว่า คอสเพลย์ไม่สน ถ่ายรูปกันอย่างเดียว ผู้จัดเค้าก็มองสิว่า เออ คอสเพลย์ไม่ทำอะไร งั้นคราวหน้าเราเน้น โคเวอร์ เราเน้นอย่างอื่นแทนละกัน

ถึงเวลานั้น คอสเพลย์ก็ออกมาบ่นว่า กลายเป็นงานโคเวอร์ละ ไม่เห็นมีอะไรให้คอสเลย ฝ่ายคอสก็ยิ่งไม่สนใจงาน ฝ่ายงานก็ยิ่งไม่สนใจคอสเพลย์ ....)

เรานะอยากเห็นถ่ายกันให้เป็นคอสเพลย์ ไม่ใช่ถ่ายกันที่หน้าตาดี ...

เราเห็นแต่ครอปหน้า ซุมหน้า ชุดไม่สน สนแต่คนแต่ง นะสิ (ขยายความก่อนนะว่า คอสเช่น คอสแค่ว่าตามกระแส คอสตามคนดัง คอสอยากดังอย่างเดียว เราไม่ค่อยอยากจะนับเป็นคอสที่ดีนะ)

มันก็เกิดค่านิยม เน้นแต่หน้าตาสิ 555 ไปๆมาๆกลายเป็นว่า คอสเพลย์ที่ดี = คอสเพลย์เยอร์หน้าตาดี

ไม่ดีมั้ง? อย่างที่บอกว่า ยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างในสังคมนี้ที่น่าชื่นชม

แต่เราก็ไม่เถียงธรรมชาติ มนุษย์นะ ที่มักจะมองคนหน้าตีมาก่อนเสมอ เราก็ไม่เถียงนะว่าถ้าปิ๊งใครเราก็ดูจากหน้าตาก่อน 555 ยิ่งคนไหนสวยมาก ยิ่งรู้สึกว่าต่ำต้อยด้วยซ้ำ 555 แต่คุณค่าของผู้หญิงไม่ได้มีแค่นั้นจริงไหม เราคงไม่เลือกใครแต่งงานเพียงเพราะหน้าตาเท่านั้นจริงไหม

เพราะฉะนั้นเราจะสรุปง่ายๆเลยว่า คนคอสหน้าตาดีไม่ผิด ถ่ายแต่คนหน้าตาดี คนดัง ไม่ผิด ...แต่อะไรที่มันมากไป มันก็จะทำลายสมดุลในหลายๆอย่างไป

ชักยาวแล้ว ....แต่ไม่ถึง 1 ใน 5 ที่เราคิดเลย

กระโดดข้ามช๊อตไปที่ผู้จัดงาน

หลายคนบ่นกันว่า "งานคอสมันเยอะ" ....แต่บอกเลยนะว่า ตราบใดที่คนคอสก็ยังไปงานกันทุกงาน มันก็เยอะยังงี้แหละ

เราก็ไม่ได้บอกว่า ห้ามไปงานนั้น งานนี้นะ เพียงแต่ว่า บางทีเรามองว่าพวกเราง่ายไป จนทำให้ผู้จัดก็เลยเล่นงานกะพวกเรา...ถ้าวันนี้เรามีเงินนะ เราไปเช่าสถานที่สวยๆที่หนึ่ง กิจกรรมไม่ต้องมีหรอก ขอแค่วิวสวยๆพอละ เดี๋ยวพวกคอสเพลย์ก็มา กระจายไปถ่ายรูปเอง

เห็นไหมว่า จริงๆแล้ว ถ้าคิดจะจัดงานคอสเพลย์เพียวๆจริงๆละก็ ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย กิจกรรมไม่ต้องมีหรอก แค่คำว่า CosplayOk เดี๋ยวก็มากัน

นี่แหละที่เราถึงบอกว่า บางทีพวกเราง่ายไป...วันนี้มันยังไม่เห็นชัดหรอก แต่เราเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้สึกบ้างแล้วว่า แต่ละงาน เริ่มไม่เน้นกิจกรรมสำหรับคอสเพลย์

อย่างที่บอกไปแต่ต้นว่า ก็เพราะพวกเราด้วยแหละส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดวงจรพลึกขึ้นมา เรายกกิจกรรมที่ตรงกะคอสเพลย์มากที่สุดคือ การประกวดคอสเพลย์ละกัน

งาน A จัดประกวดดี ---- คนคอสประกวด ---- ผลออกมา ค้านสายตา คนคอสบอกฮั้ว ----งาน B จัดประกวดดี --- คนคอสไม่ลง -----งาน B เน่า ------- งาน C เห็นว่า B ทำแล้วเจ๊ง งั้นกูไม่ทำ ---- คนคอสไม่แคร์เพราะถ่ายรูปอย่างเดียว

เห็นภาพไหม

แต่เมื่อพูดถึงตรงนี้ ก็ต้องพูดถึงประกวดคอสเพลย์ ...หลายคนคงจะถามเราว่า แล้วจะประกวดยังไงให้ยุติธรรมที่สุด

มีด้วยเหรอ? ....โลกความเป็นจริงแล้ว เราว่ามีแต่ความพยายามที่จะให้ผลออกมายุติธรรมที่สุด ...แต่โอเค เราก็ไม่ปฎิเสธนะว่า ปัจจุบันมีงานที่เล่นตุกติกกะการประกวดจริง เราไม่ระบุละนะ แต่กล้าพูดว่ามีอยู่จริง ซึ่งตรงนี้เราบอกตรงๆเลยว่า ต่อให้ระบบดีแค่ไหน ถ้าคนจัดมันจะตุกติกไม่มีจรรยาบรรณซะอย่าง ระบบที่พระเจ้าประทานมาให้ ก็ยังมีการโกงได้

ก่อนอื่นเราบอกเลยว่า เคยเห็นประกวดนักร้องที่เอาเน้นคุณภาพใช้ระบบโหวตตัดสินด้วยเหรอ? ....ถ้ายก AF มีกี่ครั้งแล้วที่คนร้องเสียงดีตกรอบเพราะไม่มีคนส่ง SMS

เพราะฉะนั้นสำหรับเราแล้ว โหวตเป็นเรื่องของ "ส่วนมาชอบไม่ชอบ" กรรมการคือ "คุณภาพ"...นั่นคือที่มาที่เราจะบอกว่า ถ้าคุณจะโหวต คุณต้องเป็นรางวัล Popular Vote ...ถ้าเป็นประกวดคอสเพลย์ คุณต้องเป็นกรรมการ

ทีนี้มันก็จะมาอีกว่า กรรมการก็ฮั้วสิ ....อันนี้พูดตรงๆนะว่า การคัดเลือกกรรมการนั้น มันก็สำคัญตั้งแต่ตรงนี้แล้วละ นั่นคือ นอกจากมีความรู้ ความเข้าใจ กับคอสเพลย์แล้ว ก็ต้องมีจิตสำนึกของการเป็นกรรมการ ไม่งั้นถ้าไม่มีตรงนี้ ใครๆก็เป็นกรรมการคอสเพลย์ได้

อย่างแรกเลยที่เราสนใจคือ "ทำไมเดี๋ยวนี้ ไม่มีการส่งต้นแบบว่าจะคอสอะไร ให้กรรมการ"....ในโลกนี้มีคนที่แบบว่าอ่านการ์ตูน ดู J-Rock รู้จักทุกอย่างด้วยเหรอ?

ทำไมถึงให้ส่งต้นแบบละ ....กรรมการจะได้ศึกษาได้ เทียบได้ว่า อ๋อ คอสเพลย์เหมือนหรือไม่เหมือน ...ถ้าใครบอกว่าคอสเพลย์ไม่สำคัญที่เหมือนไม่เหมือนนี่ เราขอตบกบาลเลยนะ เพราะถ้าคอสเพลย์เป็นแค่ใส่ชุดอะไรก็ได้ มันต่างอะไรกะแฟนซี?

ยิ่งสมมุติส่งไปให้ล่วงหน้า แล้วกรรมการแบบว่าสามารถเตรียมการบ้านมาได้ ...สมมุติมีนาย A กะ B คอส FF7 ...เจอกรรมการถามว่า "คุณชอบคลาวด์เพราะอะไร และแมททีเรียอะไรที่คุณชอบใช้ในเกม" ....

นาย A ตอบว่า : ผมชอบคาวด์เพราะมันเป็นพระเอกของเกมที่ผมชอบครับ แมททีเรียนั้นก็มากชอบหมดเลยครับ
นาย B ตอบว่า : ผมชอบคลาวด์เพราะเป็นคนที่แม้ตอนแรก