เอาละ

ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า ขอบคุณนะครับสำหรับหลายๆ comment สำหรับ Entry ที่แล้ว ในหลายๆ Entry ก๋ถือว่าได้มีส่วนร่วมชี้ถึงสนิมอีกมากมายเหมือนกัน และก็ได้มุมมองที่กว้างขึ้น พอได้รับการตอบรับใน Entry ที่แล้วสูงขนาดนี้ ก็ อดกดดันตัวเองไม่ได้ ที่อยากจะเขียนให้ดีเท่าเดิม หรือดีขึ้นไปอีก ...ซึ่งก็อย่าหวังอะไรกะเราตรงนี้มากนะครับ 5555 เอาเป็นว่า เราจะพยายามเขียนในจุดสำคัญๆ มากกว่าแค่ว่า ต้องเขียนให้ดีไม่ดี

ที่นี้อีกจุดหนึ่งที่ขอย้ำเลยคือ สิ่งที่เราเขียนๆไปนั้น มันมีหลายๆอย่างที่ไม่สามารถใช้คำว่า ถูก หรือ ผิด ตัดสินได้ ....ถามว่า ถ่ายแต่คนสวยผิดไหม เราก็บอกไปแล้วว่า ไม่ เพราะเป็นสิทธิของคุณ แต่อะไรที่มันมากไป บางทีมันก็ไม่ดี หรือถามว่า คนดังแปลว่าคอสไม่ดีหรือไง ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ คนดัง คนสวยคอสดีก็มีมากไป แต่ถ้าเน้นแต่หน้าตา ชื่อเสียงมากไป มันก็ไม่ดีใช่ไหม

เพราะฉะนั้นประเด็นทั้งหมดนั้น มันจึงเป็นเรื่องของ อะไรที่มันมากเกินไปนะครับ


หลังจากที่เราชี้สนิมบางจุดไปใน Entry ที่แล้ว ใครที่ได้อ่านก็คงเห็นภาพขึ้นแล้วนะครับ อย่างที่เราบอกและอย่างที่หลายๆคนเขียนว่า มันเป็นสิ่งที่พวกเราคิดและรับรู้เก็บไว้ในใจนี่แหละ เพียงแต่เราไม่ได้เอาออกมาคุยกันจริงๆจังๆกันเท่าไร เพราะถ้าว่าตรงๆแล้ว หากจะพูดทีมันก็อาจจะกระทบคนรอบข้างเหมือนกัน (เราก็กลัวโดนคนโกรธนะเนี่ย ไม่อยากจะบอก)

แต่ก็อย่างที่ย้ำนะครับว่า ที่เขียนนั้นไม่ใช่เพื่อต่อว่า หากแต่เป็นชี้จุดต่างๆที่พวกเราไม่ค่อยจะกล้าพูดออกมา

ทีนี้คงต้องบอกว่า เพื่อนเราแนะมานิดนึงว่า พยายามอย่าเขียนให้ยาวไป ....โหย ไม่อยากจะบอกเลยว่า คราวที่แล้วยังกะ Intro เจาะไปแต่ละอันก็ยังไม่มากเลย แต่เราก็เข้าใจนะว่ายาวไปก็อ่านกันไม่ไหว แต่ถ้าหลาย Entry ไปก็กลัวมากไปเหมือนกัน เอาเป็นว่าเราจะพยายามเขียนให้สมดุลที่สุดละนะ

คราวที่แล้วเราเขียนอะไรไปแล้วละ

1.คุณสมบัติของคอสเพลย์เยอร์
2.ค่านิยมเน้นถ่ายหน้าตาและคนดังมากไป ...ตรงนี้เราขอย้ำนะครับว่า ภาษาไทยที่เราใช้เราใช้คำว่า "เน้นมากไป" ไม่ใช่ "ถ่ายแต่" นะครับ เพราะว่าจะบอกว่า ตากล้องไม่ถ่ายคนหน้าตาไม่ดีเลยก็คงไม่ใช่ เพียงแต่อย่างที่บอกอะครับ รู้อยู่กันดีอยู่แล้วละนะ

และที่สำคัญก็ หลังจากที่เราตั้งสมการว่า ค่านิยม มันไม่ควรเป็น คนหน้าตาดี = คอสเพลย์เยอร์ที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่า คนหน้าตาดี = คอสเพลย์เยอร์ไม่ดี นะครับ เพราะคนหน้าตาดี คนดังก็คอสดีมากมาย เช่นกัน

(คือเราอยากให้อย่าตีความที่มันซื่อตรงไปนะ ถ้าต้องคอยเจาะมากๆก็เขียนไม่ไหวเหมือนกัน 555)

3.ตากล้อง .....เราลองย้อนไปอ่านแล้วไม่ได้เจาะเลยแฮะ เราสรุปคร่าวๆเลยนะว่า ...มีคนถามเราว่า คุณสมบัติของการเป็นตากล้องคอสเพลย์คืออะไร? เราคิดว่ามันไม่ใช่แค่ถ่ายเก่ง กล้องแพงหรอก......เรามองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ้าคุณอยากเรียกตัวเองว่าเป็นตากล้องคอสเพลย์ คุณก็ควรที่จะอย่างน้อย ศึกษา เข้าใจ ถึงรูปแบบ วัฒนธรรมต่างๆ ของคอสเพลย์ หรือจะใช้คำว่า รู้ว่าควรจะถ่ายคอสเพลย์ยังไงให้ออกมาเป็นคอสเพลย์ ...เคยเห็นตากล้องที่เค้าชอบส่องนกไหม...เอาเข้าจริง พวกเราทุกคนก็ถ่ายนกได้จริงไหม นกกระจิบเกาะหลังคาบ้านพวกเรายกกล้องถ่ายก็ได้...แต่สำหรับคนที่จะถ่ายนกจริงๆจังๆแล้ว เค้าก็ต้องศึกษาว่านกพันธ์อะไร มีถิ่นที่อยู่ยังไง บลาๆเลย

เรายกตัวอย่างก็ เหมือนมีคนๆหนึ่งคอสเบียคุยะ จาก Bleach ละกัน

ตากล้อง A ถ่ายคนคอส โดยขอให้คนคอสทำท่ามือล้วงกระเป๋า ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ๆ สไตล์นายแบบ
ตากล้อง B ถ่ายคนคอส โดยขอให้ทำท่ายกดาบ ให้เหมือนกะว่ากำลังจะปล่อยเซมบงซากุระ

ใครๆก็ถ่ายคอสเพลย์ได้ถ้ามีกล้อง แต่คิดว่ารูปของใครน่าจะสื่อความเป็นคอสเพลย์ได้มากกว่ากัน

เรามองว่า ถ้าตากล้องพยายามที่จะเข้าใจถึงความเป็นคอสเพลย์ เข้าใจคอสเพลย์เยอร์ ....ปัญหาบางอย่างไม่ต้องมานั่งถกกันเลย (ยิ่งถ้าตากล้องไปลองคอสเพลย์ดูบ้างสิ จะได้รู้ว่าการอยู่หน้ากล้อง มันมีอะไรแตกต่างจากหลังกล้องดู)

ถ้าตากล้องคนไหนลองคอส ใส่ชุดเท่อลังการที่อุตส่าห์ทำมา ด้วยความที่คุณหน้าตาดี..มีแต่ตากล้องซูมหน้า คุณก็จะรู้เองว่า อ้าว แล้วกรูจะใส่ชุดคอสทำไมเนี่ย ถ้าจะถ่ายแต่หน้ากรู

เพราะฉะนั้นจะผิดไหมถ้าเราจะบอกว่า หากคนไหนเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่ดี ก็จะมีคุณสมบัติที่จะถ่ายรูปคอสเพลย์ได้ดีเช่นกัน เพราะเค้าเข้าใจ เพราะฉะนั้น การที่เราเห็นคนคอสเพลย์วิ่งถือกล้องคอมแพคในงาน เราคิดว่า แม้ความสวยจะสู้กล้องแพงๆไม่ได้ ฝีมืออาจะจะเฉยๆ ....แต่บางทีรูปของเค้าอาจจะดีกว่าในแง่คอสเพลย์ก็ได้ มันอาจจะมีวิญญาณของความเป็นคอสเพลย์มากกว่า

นั่นแปลว่า ยิ่งถ้าคนไหนที่ถ่ายรูปเก่ง เป็นตากล้องอยู่แล้ว แล้วได้พยายามศึกษาลักษณะคอสเพลย์ เราว่ารูปคุณจะยิ่งกว่าคำว่าสวยอีก เพราะมันจะมีคุณค่าเข้ามาด้วยยังไง

ตรงนี้สั้นๆละกันนะ เพราะเราเจาะไปที่หัวใจแล้ว ส่วนพวกนิสัยตากล้องที่ชอบทำตัวไม่ดีก็มี ตรงนี้ก็อย่างที่บอกอะครับว่า ก็ต้องศึกษาคอสเพลย์เยอร์ด้วย ....โจทย์ง่ายๆเลยว่า คอสเพลย์เยอร์ส่วนมากก็ยังเด็กหรือวัยรุ่นผู้หญิง ไม่ใช่พริตตี้ จะไปถูกเนื้อต้องตัวมากไปมันก็ไม่สมควร .....เนี่ย -w- ถึงได้บอกว่า ถ้าตากล้องคิดจะพยายามทำความเข้าใจ ไม่ใช่สักแต่ถ่ายๆๆสักหน่อยก็คงจะดี

4.วงจรของงานคอส ....ที่ว่ากิจกรรมไม่มี มี บลาๆ...ตรงนี้ดีไม่ดีอาจจะต้องยกไปเป็นอีกตอนเลยด้วยซ้ำ เพราะว่า เราเองได้พบปะกะผู้จัดหลากหลายเจ้ามาก ทำให้ได้รู้และเข้าใจ ได้เห็นอะไรต่างๆพอควร แถมเรื่องของงาน แม้จะเกี่ยวกะคนคอส แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวโดยตรงมากนัก

แต่เราขอย้ำเลยนะว่า ไม่มีงานไหนที่จัดงานคอสโดยไม่หวังผลตอบแทน...ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลยนะตรงนี้ เพราะผู้จัดไม่ใช่นักบุญที่อยู่ๆจะมาจัดงานคอสฟรีๆ สิ่งสำคัญคือ แล้วงานได้ให้อะไรกับคอสเพลย์ที่มางานหรือเปล่า แฟร์ๆหรือเปล่า ประมาณนั้นนะครับ ตรงนี้เราขอยกไปก่อนละกัน

5.ระบบการประกวดคอสเพลย์ : ก็อย่างที่เราเขียนไปนะครับ คงไม่เจาะอะไรเพิ่ม

---------------------

ทีนี้ เราบอกก่อนว่า ถ้าจะให้เอาสนิมทุกตัวมาเขียน ก็คงไม่ไหว มึนแน่ๆ 555 ก็จะพยายามยกแต่อะไรที่สำคัญ

พูดถึงธุรกิจ ว่าไป...มีใครเคยคิดไหมว่า สังคมคอส เป็นอะไรที่น่าทำธุรกิจมาก .... และที่เห็นได้ชัดเจนตอนนี้คือ กองทัพร้านขายออปที่โผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

เราขอย้ำตรงนี้เลยนะว่า แม้เราจะมีจุดยืนสนับสนุนการทำกันเอง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะขัดขวางหรือรังเกียจการค้าขายอะไรตรงนี้ แต่เรากำลังมองในแง่ว่า อะไรที่มันมากไป มันก็ทำให้สมดุลเสีย

ทำให้เรานึกถึงเรื่องหนึ่งที่เราคุยกะเพื่อนๆ ว่า เด็กคอสสมัยนี้สบายจนสปอย...ถ้าเทียบกะว่าสมัยก่อน ถ้าสมมุติคุณจะคอสเพลย์ออกงานสักงาน

คุณต้องพยายามหา หรือเข้าหาคอสเพลย์เยอร์ถามว่างานจะมีเมื่อไร แล้วจะทำออปยังไง ไปซื้อผ้าที่ไหน ผ้ามีอะไรบ้าง ใช้อะไรทำออป บลาๆๆ มากมาย เพราะแต่ละอย่างไม่มีตัวช่วยมาก แต่ละคนจึงต้องขวนขวาย เพื่อให้ได้สิ่งที่อยากได้มา และสิ่งเหล่านี้ก็บีบให้เกิดการสร้างสังคมขึ้นมา นาย A กะ B ไม่รู้ว่าตัดชุดยังไง แต่รู้ว่ามีงานวันไหน นาย C รู้ว่าตัดยังไง แต่ไม่รู้ว่ามีงานวันไหน ก็เลยได้มาคุยๆจนพบปะกัน บลาๆ

ปัจจุบัน คุณอยู่หน้าคอม เปิดเวปตารางงาน สั่งตัดชุดทาง MSN มีคนไปซื้อผ้าให้ ทำออปให้ คุณมีหน้าที่เดียวคือจ่ายตังค์...สมัยก่อนเวลาจะทำออป ประโยคจะขึ้นมาว่า "จะทำยังไง" แต่ปัจจุบันด้วยว่าร้านต่างๆมีมากมายทำให้มันกลายเป็น "จะซื้อร้านไหน"

จะเห็นว่าอะไรที่สบายไปก็ทำลายเราไม่รู้ตัวเหมือนกัน เอาเข้าจริงยังจะเจาะไปที่ว่า ทำไมนับวันสังคมเหมือนต่างฝ่ายต่างอยู่ ...ก็จะเห็นละว่า การจะคอสสมัยนี้อยู่หน้าคอมอย่างเดียวก็ทำอะไรได้เยอะละ ไม่มีความจำเป็นต้องไปเข้าหาสังคมอะไรมากมาย บวกกะยุคนี้เป็นยุคของ Multiply Blog ต่างๆ ยิ่งส่งเสริมความเป็น
ปัจเจกบุคคล อย่าใช้คำว่า อ้าว เราก็มี MSN Blog ติดต่อสื่อสารกัน .....อย่าเทียบอะไรพวกนี้ กะการได้เจอกัน นั่งคุยกัน พบปะกันเลย อะไรหลายๆอย่างต่างกันมาก (แต่ถ้าพบปะกันในกลุ่มแต่ละคน คงมีกันอยู่แล้วละ)

เราจึงมองว่า สมัยนี้ คอสเพลย์มันสำเร็จรูปไปหมดจริงๆ

แล้วอะไรที่มันสำเร็จรูปมากไป...คุณค่ามันก็หายไป....ลองคิดถึงสมมุติว่าคนคอส 100 คน ซื้อชุด ซื้อออป จากร้านเดียวกันหมด หูแมวนี่เหมือนกันเป๊ะ ...หวาย คอสเพลย์ Mass Product ....ชุดต่างๆก็เหมือนกันหมด ไม่ได้มีคุณค่าว่า ตรงนี้ชั้นทำเองนะ ตรงนี้ชั้นลำบากมากกว่าจะทำได้ บลาๆ....

เรากำลังมองว่า ตรงนี้เราไม่รู้จะแก้ไขยังไง...จะบอกบรรดาร้านรับตัดว่า เฮ้ย ปิดร้านไปซะ มันก็ไม่แฟร์ใช่ไหม เพราะถามว่าเป็นความผิดร้านไหม ก็ต้องบอกว่าไม่

เรามองว่า มันเป็นส่วนลึกที่จิตใต้สำนึกของคอสเพลย์เยอร์แต่ละคน ที่ควรจะมองตัวเองว่า มีคุณสมบัติการเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่ควรมีไหม

แค่ว่า สัก 85% ละกันหรืออาจจะมากกว่า คอสเพลย์เยอร์เมืองไทยตัดชุดไม่เป็น ในขณะที่ต่างประเทศเค้าถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ควรมี ตรงนี้ก็ทำเอาแอบเชิดหน้าชูตาไม่ขึ้นนะ

เราเองก็ตัดชุดไม่เป็น ก็จ้างป้าๆตัดนี่แหละ ...แต่สิ่งสำคัญคือ อย่างน้อยก็ควรจะทำอะไรเองด้วยตัวเองสักหน่อยก็ยังดี ยิ่งถ้าทำได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งรู้สึกดีกับการคอสเพลย์นั้นๆนะจะบอกให้ ...คุณจะดีใจแทบน้ำตาไหลเลยถ้าชุดที่คุณทำมาอย่างอยากลำบากมันสำเร็จ ..แต่คุณจะเฉยๆกะมันมากถ้าคุณแค่ซื้อๆๆๆแล้วใส่

คุณจะไม่รับรู้คุณค่าของการคอสเพลย์.....แต่ก็ไม่แน่นะ เราอาจจะพูดแบบหัวโบราณก็ได้ เดี๋ยวนี้ใครเค้าจะมาสนตรงนี้ละ สำคัญว่าชั้นต้องถูกถ่ายมากที่สุด ต้องดังให้ได้ ต้องได้เกาะคนดัง~

แต่อีกประเด็นที่ขอย้ำเสริมคือ การคอสเพลย์ที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่า คุณต้องทุ่มตังค์ .... คุณค่าของคอสไม่ใช่ ชุดต้องสวยที่สุด แพงที่สุด ....แต่เป็น เข้าถึงความเป็นตัวละครที่เราเลียนแบบมากที่สุด ซึ่งโอเค ถ้าเราดันอยากคอสตัวอลังการมันก็ต้องใช้เงินมาก แต่อย่างน้อยก็ควรคำนึงถึงฐานะของตนเองด้วย

เราเองก็มีความชอบมากมาย อลังการล้านแปด แต่ถ้าถามว่า จำเป็นต้องคอสหมดไหม ก็ต้องบอกว่าไม่ เพราะมันก็มากเกินไป

เพราะฉะนั้น ตรงนี้ชอให้คำนึงมากๆนะครับ และจะบอกว่า ยิ่งชุดคอสคุณแพงเท่าไร = สายตาคนอื่นมองลบยิ่งขึ้น
คนอื่นในทีนี้ เราหมายถึงคนนอกเลยนะ ทุกวันนี้คนนอกมองเราด้วยสายตาว่า ไร้สาระไม่เห็นมีอะไรเลย ฟุ่มเฟือยชุดมากมายเพื่อแค่มาถ่ายรูปในงาน

ก็จริง =w= เราก็ไม่อยากเถียง เพราะพวกเราก็เป็นกันซะงั้นจริงๆ....หรือจะใช้คำว่า คอสเพลย์จริงๆมันมีดี แต่พวกเราดันเน้นค่านิยมบางอย่างมากไป จนคนภายนอกเค้าเห็นแต่ค่านิยมนั้น

เพราะฉะนั้น ที่หลายๆคนมักจะโกรธที่คนนอกมองคอสเพลย์ไม่ดี ไม่ต้องโกรธอะครับ กลับมานั่งคิดดีกว่าว่า "เพราะอะไร คนนอกถึงมองเราอย่างนั้น"

กลับมาที่เรื่องการใช้ตังค์ต่อ .....กลับกัน เวลาคุณเห็นบางคนเอาวัสุดเหลือใช้บ้าง วัสดุรอบตัวบ้างมาทำออป ...เวลาคุณเห็น โอเคมันอาจจะไม่สวย แต่มันจะทำให้รู้สึกว่า เอ้อ สร้างสรรแฮะ ไอเดียดีแฮะ เราว่าคนนอกมองตรงนี้ ก็ยังแอบรู้สึกเลยว่า เฮ้ย เด็กพวกนี้เก๋วุ้ย เอารอบๆตัวมาทำ

ชุดแพงนะมันมาจากตังค์ ชุดสร้างสรรมันมาจากสมอง

เฮ้อ เหนื่อย 5 บรรทัดพักสายตา
.
.
.
.
.


และก็มาถึงจุดที่สำคัญที่สุดที่เราจะรวบไว้ด้วยกัน .....มันดูจะวนเป็นลูปนะ เพราะเมื่อเราโยงปัญหาไปเรื่อยๆแล้ว มันก็จะวนกลับมาที่ฐานรากของมัน

ถ้าต้นไม้ต้นหนึ่ง ถูกดูแลอย่างดี รากแข็งแรง ต่อให้มีพายุพัดเข้าใส่แค่ไหน มันก็มีรากฐานยึดแน่น ...หากคนดูแลไม่ดี พายุพัดมาจนต้นไม้ล้มครืนไป เราจะโทษใคร โทษต้นไม้ โทษลมพายุ หรือโทษคนดูแล

ถ้าสังคมคอสเพลย์คือต้นไม้ ..คนที่ดูแลก็คือ คอสเพลย์เยอร์นี่แหละ ไม่ใช่ใครอื่น

คำนี้อาจจะแรงนะ แต่เราว่ามันตรง ...นั่นคือ "ที่คุณค่าของคอสเพลย์มันหายไป ก็เพราะมีแต่คอสเพลย์เยอร์ที่ไม่มีค่า" เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วก็จะเป็น คุณสมบัติคอสเพลย์เยอร์ดังนี้

1.ไม่เน้นชุด ขอให้ได้ใส่ ได้ถูกถ่ายเยอะๆก็พอ ไม่จำเป็นต้องดูคอสคนอื่นหรอก
2.ชุดก็ไปหาซื้อเอา ออปก็ซื้อมา ไม่ต้องลงแรงอะไร
3.ว่าไป ชั้นคอสตัวอะไรก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่ากระแสดี มีคนคอสแล้วดังชั้นเลยเอาด้วย
4.งานเป็นยังไงฉันไม่สน เค้าทำกิจกรรมมาอะไรก็ช่าง ชั้นแค่จะหามุมถ่ายรูป
5.เสาะหาคนดังว่ามาไหม มาเมื่อไรชั้นจะไปแจมทันที เวลากล้องมันถ่ายคนดังจะได้ติดชั้นเยอะๆ

ยินดีด้วยครับ คุณเป็นคอสเพลย์เยอร์สักแต่จะใส่ชุดเต็มรูปแบบ 'w'v กลวงสนิท ศิษย์สายหน้า

การคอสเพลย์จริงๆแล้วนะง่าย แค่มีชุดคอส ใครๆก็ใส่ได้ อาม่า อากง คุณป้า น้า อา ถ้าเราเอาชุดไปให้เค้าใส่ ก็ได้ละ ....แต่การจะเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่มีคุณค่า มันมีอะไรมากกว่านั้น ที่แน่ๆก็ต้องมีความรักความชอบละ

โดนเราว่าไม่มีค่าแบบนี้ ไม่โกรธหรือ....ถ้าโกรธก็ดี ถ้ากระทบใจดำกันบ้างก็ดี แต่ระหว่าง คุณมาโกรธเราฟุดฟิดๆ กะคุณก็เลยตั้งใจโชว์ให้ดูซะเลยว่าชั้นก็มีค่าเหมือนกัน ตั้งใจคอสมากขึ้น อะไรมากขึ้น เพื่อตบหน้าเราให้หงาย .....เราจะยินดีอย่างหลังมากเลยนะ

และเมื่อคุณทำตัวไม่มีค่า พวกงานต่างๆ ตากล้องต่างๆ เค้าก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติคุณอะไรนักหนาหรอก ...ทำไมงานเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้คอสเพลย์ เพราะพวกเราเองดันไปแสดงให้เค้าเห็นแค่ว่า คอสเพลย์มีดีแค่ถ่ายรูป

ทำไมตากล้องถึงไม่คิดจะศึกษาว่าการถ่ายคอสเพลย์ควรเป็นยังไง ก็เพราะพวกเราก็ยินดีให้เค้าถ่ายแบบที่ไม่ใช่คอสเพลย์....จริงๆมันจะบอกว่า ตากล้องเค้าคงรู้หรอกว่าถ่ายคอสเป็นยังไง ถ้าคอสที่เค้าถ่ายยังไม่รู้ตัวเองเลยว่า กำลังคอสอะไร

นับวันร้านต่างๆที่ขายของก็มีมากขึ้น เพราะเค้าเห็นแล้วไงว่า พวกเราไม่ทำกันเองหรอก ...เดี๋ยวนี้แค่ใส่หูแมว ใส่แว่น เดี๋ยวก็มาถ่ายแล้ว 5555 ร้านต่างๆที่มี ไม่ใช่ว่าก็ไม่มีดีนะ แต่ยอมรับกันไหมว่าหลังๆก็มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมากเหมือนกัน

เนี่ย ปัญหามันก็วนไปมาอยู่แค่นี้ละ เราจะเน้นอยู่เสมอว่า เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล ไม่ว่าเหตุจะเล็กสักแค่ไหน มันก็จะมีผลเสมอ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่พวกเราทำไป เมื่อรวมกันแล้ว มันก็เกิดผลย้อนกลับเข้าใส่ยังงี้แหละ

เราคงจะขอข้ามพวกสนิมทั้งหลายแล้วละกันนะ เพราะไม่งั้นเนื้อความในตอนนี้ จะไม่พัฒนาต่อเลยจาก Entry ที่แล้ว ที่นี้มาถึงสิ่งที่ เราเจ็บปวดมากที่สุด

:::::::::::::::::::

พวกเรารู้ว่ามันมีปัญหา แต่พวกเราไม่ได้แก้ไขอะไร

น่าเสียดายว่าที่ผ่านๆมา ที่เราพยายามสู้นั้น มันเหมือน เปลวไฟดวงเล็กๆในสายลม ที่คนมองไม่ค่อยเห็น ...ทำไมเราถึงทำ Props&Ops ละ แค่ว่าเวลาไปงานเราไปถ่ายรูปงาน หลายๆคนก็จะเห็นว่า เราพยายามถ่ายอะไรที่มันมากกว่าแค่ คอสเพลย์เยอร์คนดัง เราพยายามเก็บให้ได้มากที่สุด คนคอส บรรยากาศงาน บลาๆ เป็นต้น

แต่เหมือนว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ .... เราเองเปลี่ยน แก้ไข อะไรไม่ได้ ด้วยตัวคนเดียว

เราเองก็เห็นหลายๆคนคอยตั้งกระทู้เรื่องพวกนี้มากมาย แต่สุดท้ายมันก็จบลงที่กระทู้นั้นตกหายไป....พวกเรารู้ว่ามีปัญหา แต่พวกเราไม่สามารถเข้าถึง step ที่เรียกว่า การแก้ปัญหาได้เลย

รู้ไหมแค่ประโยคนี้ เราว่าก็แทบเป็นไปไม่ได้ละ....การที่จะแก้ไขปัญหานั้น ต้องใช้ความร่วมมือกัน

.....รู้กันอยู่แก่ใจน้า ว่าสังคมเราตอนนี้ระดับสามัคคีมีแค่ไหนนะ อย่าให้พูดออกมาเลย~ ...มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกสังคมมันก็ไม่ได้แบบว่ากลมเกลียวอะไรนักหนาหรอก เพราะคนมันเยอะด้วย บลาๆ หลายๆองค์ประกอบ

พวกประเทศในยุโรปก็ใช่ว่าจะดีกันหนักหนา อังกฤษกะฝรั่งเศสก็ตีกันมาก่อน ....แต่ถึงเวลาแล้ว เค้ารวมกันสร้างอำนาจต่อรอง รวมเป็น EU ได้

อย่างเรื่องที่ว่า คุณสมบัติคอสเพลย์เยอร์เป็นยังไงนั้น จะให้เราบอกว่าบังคับทุกคนถ้าจะคอสเพลย์ต้องยังงั้นยังงู้นก็เกินไป เราไม่มีสิทธิหรอก ขึ้นอยู่กะว่าแต่ละคนเค้าจะคอสแบบไหน จุดประสงค์คืออะไร

แต่พวกเราสามารถเลือกที่จะชื่นชมคนเก่งๆได้ คอสเพลย์เยอร์ดีๆได้ พวกเราสามารถลดความสำคัญ ลดกระแสการคอสเพลย์หน้าตาดีต้องมาก่อนได้ ถ้าพวกเราช่วยกัน รณรงค์กัน แล้วกระแสค่านิยมจะเปลี่ยนตาม

.....แต่มันอุดมคติไป บอกตรงๆนะ เพราะฉะนั้น เรื่องคุณค่าของการเป็นคอสเพลย์เยอร์นั้น ไม่มีใครแก้ได้ ถ้าพวกเราไม่คิดจะคอสให้มีคุณค่าจริงๆ ....เนี่ย เริ่มจากตัวพวกเราก่อนให้ได้ก่อนก็ยากละ แต่คำว่ายากไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้ และอะไรที่มันทำได้ยาก มันก็แปลได้ว่ามีมีคุณค่าในการทำในตัวของมัน

มาถึงตรงนี้ เราก็จะบอกว่า เรามีทางแก้เรื่องงาน เพราะมันเป็นระบบ มันยังพอจับต้องได้
แต่เราไม่สามารถจับต้องค่านิยมต่างๆ คุณค่าต่างๆได้เลย

เรายกโจทย์มาเป็นอะไรให้พวกเราลองตอบเล่นๆกันในใจดูละกัน

1. ถ้าสมมุติมีไอดอลชื่อดังนาม กรู๊กกรี๊ก ( -w-"""") คอสไม่ได้เรื่องเท่าไร ถามว่าควรชื่นชมไหม
คำตอบของเราคือ : ก็ไม่ถึงกะว่าชื่นชมไม่ได้หรอก 555 แต่จะแบบว่า โหย พี่กรู๊กกรี๊ก หล่อโคตรๆ คอสโคตรเจ๋ง ถ่ายคอมโบ 150 ช๊อต...กะถ่ายรูปอีกคนที่ไม่ดัง แต่คอสดี 1 รูป แปะว่า "ก็คอสโอเคนะ"

เห็นภาพปะ

2. แล้วถ้าไอดอลคนนี้ ไม่ได้คอสมางาน แล้วจะถ่ายรูปได้ไหม
คำตอบของเราคือ : ถ่ายได้สิ ก็เป็นสิทธิของคุณที่จะถ่าย จริงไหม แต่ถ้าถ่ายแล้วแบบ "โหย พี่กรู๊กกรี๊ก สุดยอดมาก ไม่คอสมายังสุดยอดกว่าคอสที่มาในงานอีก โอย Inw" .....-w-"" เหงื่อตก

3. แล้วถ้ามีคนหนึ่ง หน้าตาไม่สวยเท่าไร แต่คอสออกมาเหมือน เราไม่อยากถ่ายอะ จะเป็นอะไรไหม
คำตอบของเราคือ : ก็เรื่องของคุณ สิทธิของคุณ จะถ่ายแต่คนสวยก็แล้วแต่คุณ แต่ยินดีด้วยนะว่า คุณพลาดที่จะได้ถ่ายคอสเพลย์ที่อุตส่าห์คอสออกมาได้เหมือนแล้ว


จากตัวอย่าง 3 ข้อจะเห็นว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช้ผิดถูก เป็นเรื่องของ สิทธิ ของแต่ละคนที่จะทำ แต่อย่างที่บอก ทำอะไรไป ก็ได้ผลตามนั้น ค่านิยมต่างๆมันก็เลยเป็นตามเหตุและผลนี่แหละ และพอมันมีคำว่า สิทธิของแต่ละคน นั้นแปลว่า ไม่มีใครจะยิ่นมือเข้าไปแก้ไขอะไรได้ นอกจากตัวคุณเอง

เราจะบอกให้นะว่า การแก้ไขแบบอุดมคติทำยังไง
1.คอสไม่ดีเราก็ไม่ชื่นชม คอสดีพวกเราก็ชื่นชม จบ : ไม่ต้องไปดูว่าดังไม่ดัง สวยไม่สวย ...ใครสวยใครดัง ใครไม่สวยใครไม่ดัง ถ้าคอสดีเราชื่นชม ใครสวยใครดัง ใครไม่สวยไม่ดัง คอสออกมาไม่ดี พวกเราก็ไม่ชื่นชม

นี่แหละ มันจะเป็นการเน้นค่านิยมที่คุณค่าแทน และลดค่านิยมเรื่องดังไม่ดังไปเลย เพราะมันไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปแล้ว จริงๆต่อไป ถ้าใครจะดังเพราะว่าเค้าคอสเพลย์แต่ละครั้งโคตรดี เราว่ามันก็ดีกว่าตอนนี้ ที่ใครจะดังด้วยหน้าตาอย่างเดียว จริงๆยิ่งเดี๋ยวนี้ ดังและหน้าตาดีได้ด้วย Photoshop -w- หน้าตาไม่เห็นจะเกี่ยวกะความสามารถในการคอสเลย

2.ถ่ายรูป
ตากล้อง : พยายามถ่ายให้เป็นคอสเพลย์ ให้มันมีเรื่องราวในความเป็นคอสเพลย์ อย่ามองว่า คอสเพลย์ที่ชั้นจะถ่ายต้องสวย น่ารักเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ คอสออกมาเหมือนไม่เหมือน

หยุดค่านิยมที่ว่า "ตากล้องถ่ายผู้หญิง ไม่ถ่ายผู้ชาย ต้องน่ารักและสวย และดัง" เน้นค่านิยม "ถ่ายคอสเพลย์ที่ดี คอสออกมาแล้วเหมือน"
คอสเพลย์ที่ถูกถ่าย : พยายามเก็กหรือแสดงออกให้เห็นถึงความชอบ หรือที่เรากำลังเลียนแบบ เช่น การยืน ท่าฟันดาบ บลาๆไป (แต่ตรงนี้ก็ไม่ได้แปลว่า คุณต้องถ่ายเก็ๆเสมอไปนะ รั่วก็ได้ 555 ตรงนี้มันขึ้นอยู่กะความพอดีนะ)

3.งานคอสเพลย์
จริงๆตรงนี้เรายังไม่ได้เจอะ แต่ลงทางแก้คร่าวๆละกัน

งานไหนไม่ดี พวกเราไม่ไป งานไหนดี พวกเราไป
หยุดความง่ายของพวกเรา งานที่จัดไม่ดีพอเห็นว่าคนไม่มา ก็จะบีบตัวเอง ผู้จัดคนไหนแค่สักแต่จะจัดก็จะหายไป ผู้จัดคนไหนอยากจัดจริงๆ ก็จะพยายามสร้างงานที่ดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือ พวกเราต้องรู้ว่าอันไหนดีไม่ดี ....ถ้างานไหนดี แต่คนไม่ไป อันนี้ก็จะเกิดผลย้อนศรแทน

อันนี้ถามจริงๆเถอะนะ บางงานแค่เช่าห้อง เก็บค่าเข้างาน จัดงานกี่ครั้งๆก็เหมือนเดิม (แย่กว่าเดิมก็มีว่าไป) ไม่มีกิจกรรมอะไรเลย ...แต่พวกเราก็ไปกันอยู่ดี... เราแอบรู้สึกนะว่า ทำไมพวกเรารู้ทั้งรู้ว่า ไปเสียตังให้กะงานที่ไม่มีอะไร มันก็คือการส่งเสริมให้เค้ามองว่า "งานคอสจัดง่ายๆ โกยตังค์สบายๆ ก็แค่คำว่า CosplayOK"

4.เรื่องการซื้อขายชุดหรือทำออป

ก็ไม่ได้ถึงกะว่าห้ามซื้อ ต้องทำเองหมดชนิดที่ว่า ต้องหาผมปลอมมันทำวิกผมเอง ....แต่อย่างน้อย ขอให้มีอะไรสักอย่างในตัวเองที่คอสออกไป แล้วเราภูมิใจว่า เราทำขึ้นมาเอง (ไม่ใช่แค่ บอกว่า นี่ไง ชั้นทาเล็บนะเฮ้ย -w-")

นี่ก็คร่าวๆละกัน ซึ่งก็จะเห็นว่า มันเป็นเรอื่งของความร่วมมือจริงๆ ซึ่งเราเลยมองว่า ....ถ้าจะยากแฮะ
แต่นี่ก็แค่คร่าวๆเท่านั้น เพราะเรายังไม่ได้พูดถึงวิธีการในเชิงลึกเลย
.
.
.
.
.
ถ้าถามว่า ถ้าเราพูดทั้งหมดเรื่องจริงๆได้ 5-6 ชั่วโมง ...ที่เราเขียน Entry นี้ก็สัก 45 นาทีที่เราพูดละมั้ง 5555 จริงๆเรามีอีกหลายอย่างมากๆๆๆๆที่อยากจะบอก (จัดสัมมนาให้เราไปพูดเลยดีกว่า กร๊าก) แต่พอเขียนแล้ว มันออกมาไม่เร็วเท่าพูด ทำให้ความคิดเรามันเลยสะดุดๆเป็นระยะๆ ก็เลยเหมือนว่า จะตกหล่นในหลายๆจุดไป

ก็ดูแล้ว Entry นี้ดูจะ แค่ขยายความและสรุป Entry ที่แล้วและเกริ่นนิดๆไปสู่การแก้ไข แค่นี้ก็แอบยาวอีกละแต่เหมือนจะไม่ยาวเท่าอันแรก อันนั้นแอบโพละแตกไปหน่อย 55 จริงๆแล้ว ถ้าอยู่ๆมาเขียนเลย เราเขียนเรียบเรียงยาก แต่ถ้าเป็นมาเป็นคำถามเช่น "คุณกิ๊กคิดว่าคอสเพลย์เยอร์คืออะไร" "ตากล้องคอสเพลย์คือยังไง" เราจะตอบได้ชัดเจนนะ (เหมือนว่ามีสโคปขอบเขตที่เราจะตอบได้)

ก็ถ้ายังไง ใครมีสิ่งที่ติดค้างในใจ แล้วอยากรู้ว่าเรามีความคิดเห็นยังไง ก็ลองถามดูๆนะครับ จริงๆ Entry หน้า เราอยากจะมีส่วนที่ ถามมา ตอบไปดู ...บางทีการถามและตอบมันก็พัฒนาไปสู่เนื้อหาที่ลึกกว่าได้เหมือนกัน

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ



Googgig

*ขอบคุณคุณ penz นะครับที่แนะคำศัพท์มาให้นะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชัดเจนตัวจริง....ยกนิ้วให้ในความกล้า

ปล.กระทู้นี้พลีชีพเเน่ๆ

#1 By Q(^_^)9 on 2008-01-16 10:22

ปัจเจกชน ครับ

#2 By Penz on 2008-01-16 10:31

Jay : ไอดอลชื่อดังนาม กรู๊กกรี๊ก ( -w-"""") lol
อ่ะเข้าเรื่องๆ
เอ็นทรี่นี้เนื้อหาแบ่งย่อยกว่าเอ็นทรี่ก่อน แอบรู้สึกว่าอยากให้มันยาวกว่านี้ แต่แค่นี้ก็ไม่มีอะไรจะเสริมแล้ว (ความจริงคืออู้งานนานไม่ดี) อ่านดูแล้วครอบคลุมพอสมควร
หวังว่าหลังจากนี้ สังคมคอสเพลย์จะมีคุณภาพมากขึ้น ล่ะนะคะ..

#3 By Jay on 2008-01-16 10:34

แต่ในกรณีนี้ต้องใช้คำว่า "ปัจเจกบุคคล" ถึงจะเหมาะครับ... ขอโทษที่กินสองคอมเมนท์ครับ ตะกี้คิดไม่ทัน

#4 By Penz on 2008-01-16 10:36

เป็นคนนึงที่ตัดชุดคอสเองส่วนใหญ่ เข้าร้านเฉพาะชุดที่ยากเทพๆและต้องการความเนี้ยบ เพราะเคยไปให้พวกพี่ๆร้านที่รับจ้างตัด ตัดให้แล้วงานไม่คุ้มเงิน เสียใจ เสียเวลา เลยไปเรียนตัดเย็บเอง ก็ภูมิใจนะคะที่พยายามทำอะไรด้วยตัวเอง
อย่างคนอื่นที่ทำตัดชุดไม่เป็น ก็จะทำอย่างอื่นเช่น ออป ต่างๆ ลองพยายามด้วยตัวเองก่อนดีกว่า ถ้าไม่ไหวจริง ก็เหล่ๆคนแถวนี้เอา ฮ่า ฮ่า
.
พูดถึงหูแมว ก็ลามๆมาJ-rockแล้ว ฮ่า ฮ่า ฝากบอกผ่านบลอกพี่กิ๊กด้วย ไม่เคยเห็นวงไหน ใส่หูแมวเล่นคอนนะจร่ะ
แล้วก็ punk style ไม่ใช่ J-rock ด้วย ถ้าคอส j-rock ต้องบอกได้สิว่า คอสวงอะไร คอสใครอะไร เล่นตำแหน่งไหน อิมเมจอะไร ~
อยากให้หลายๆคนเข้าใจตรงนี้ด้วย เห็นเข้าใจอะไรผิดๆ

#5 By ░░AYASUNO ░░ on 2008-01-16 10:41

ชัดเจน สรุปได้สุดยอดมากพี่

ถึงมันจะเป็นการกระตุ้นจุดเล็กๆ แต่ถ้าเราทำไปเรื่อยๆ มันก็จะมีผลเองแหละค่ะ

แม้จะไม่เห็นชัดเจนรวดเร็วเหมือนนโยบายประชานิยม

แต่คิดว่ามีแบบนี้บ่อยๆ มันจะช่วยให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นในระยะยาวนะคะ

เอาใจช่วยค่ะ และอาจจะขอยืมกระทู้ไปอ้างอิง แฮ่ๆsad smile

#6 By Ju~oN on 2008-01-16 10:42

นั่นสิครับ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม
Mass Production ย่อมมีอะไรบางอย่างต่างจาก Homemade แน่ๆ
แต่ ความรู้สึกแบบนี้เป็นต้วบอกอายุได้อย่างหนึ่งเลยล่ะครับ confused smile
เพราะเด็กที่โตมาพร้อมกับ สิ่งอำนวยความสะดวกกึ่งสำเร็จรูป เต็มไปหมดแบบนี้ เขาย่อมมองว่ามันไม่เป็นเรื่องแปลกอะไร ส่วนเด็กยุคบุกเบิก ที่ต้องหักร้างถางพงเอาเอง ก็ย่อมมองว่าคนข้างหลังทำอะไรสบายเกินไป ครับ big smile

#7 By chubby on 2008-01-16 11:10

อืมม...พูดได้สุดยอดดด >w<"

แล้ว มีอีกเรื่องที่อยากจะบอก...มันค้างๆคาๆอยู่ในหัว -*-

คือ เราก้อยู่ต่างจังหวัดนะ แล้วมีงานคอสที่ดังมากๆ งานนึงที่กทม...

เราก้รอดูรูปจากบลอคต่างๆ ว่างานนี้ คนคอสเยอะมั๊ย...

สมมุติว่า...เราดูบลอคๆนึง ที่เปนรุปพี่กรุ๊กกริ๊กสุดหล่ออยุ่...

แต่ดันติด คอสเพลย์เลเยอร์คนนึง(ลางๆ)
เราก้จำได้ทันที ว่า ชุดนี้ เปนตัวที่เพื่อนเราอยากคอส แต่ไม่รู้จะตัดชุดออกมายังไงดี...แกะแบบ คงไม่เหมือน...

เราจึงได้...กระหนำหาบลอค ที่จะถ่ายรุปคอสเพลย์เลเยอร์คนนั้น...แม้รูปเดียวก้ยังดี...

ผลออกมาว่า.....

ไม่มีเลยซักบลอค ทีมีรูปคนๆนั้น...

กลับมีแต่รูป...คอสเพลย์เลเยอร์ที่หน้าตาดีๆ
เหมือนๆกันไปซะทุกบลอค...และก็จะเปนรูปของกลุ่มที่ตัวเองคอสซะส่วนใหญ่...

รูปคอสเพลย์เลเยอร์คนอื่นๆ(ที่ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียง) และบรรยากาศภายในงานแทบจะเปนเพียง 5%...

โห...วันนั้นน่ะ มันทำให้เรามองคอสเพลย์ในทางที่ต่างออกไปเลยล่ะ...

เหอๆ...มาแนวแปลกๆอีกแล้ว -*-

มันก้จริงนะ มันเปนสิทธิคนถ่ายว่าจะถ่ายรูปอะไร...
แต่...เราอยากได้รูปคนๆนั้นอ๊า~~~ มาแนวเอาแต่ใจ 55+

#8 By +Hakuren+ on 2008-01-16 11:43

อันนี้ยาวจริงๆ แต่ก็อ่านจบเช่นเคย
ติดดาวแดงให้นะครับ

#9 By shura ซัง on 2008-01-16 12:01

Hot! เอาซาลาเปาไปกินก่อน ไปธุระ...
เดี่ยวกลับมาเม้นใหม่

ปล// อันนี้ก็เด็ดดวงนะ "กรุ๊กกริ๊ก" 5555+
Hot!
อ่านเม้นท์ 7
อันนี้เ้ข้าใจและโดนใจเลยครับ
เพราะทุกวันนี้ก็มีส่วนหนึ่งที่ทำอยู่ตลอดเวลา
คือถ่ายคนที่ไม่ค่อยได้มางาน+ไม่ค่อยมีคนถ่าย
แต่ตากล้องอยากถ่ายอยู่เสมอ
ส่วนบรรยากาศงานรวมถึงรายละเอียดงาน
ก็พยายามใส่ไว้ตลอด เพื่อไว้มาอ้างอิงเกี่ยวกับงานนั้นๆ
ในภายหลังได้ ใครไม่ทำเราทำ ประมาณนั้น

ส่วนที่จะเสริมก็คงเป็นเรื่องถ่ายคนดัง
อีกเหตุผลนึงก็คงเป็น ถ่ายรูปมาลงบล็อค
เพื่อเรียกเรตติ้งให้กับบล็อคหรือกระทู้ตัวเองบ้าง
ในตอนแรกๆก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่มีคนฝากถ่าย
ก็ถ่ายมาฝาก อันนี้เป็นสิ่งเรียกคนมาดูได้พอสมควรเลยล่ะ

#11 By shura ซัง on 2008-01-16 12:19

/me ยกมือเห็นด้วยอีกรอบ
บางทีเปิดไปเจอแต่หน้าๆๆๆๆซูมๆๆๆๆก็มึนๆเหมือนกันนะว่าตกลงจะถ่ายมันแค่หน้าใช่มะ
บางทีไอคอลคอสมาผิดลุคไม่มีคนว่า บอกกันแต่ว่า ไม่เป็นไร คนหน้าตาดีทำไรก็ไม่ผิด.....แบบเนี้ยหมายความว่าถ้าหน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดีก็ไม่เป็นไรใช่มะ?
สงสารคนที่หน้าตาธรรมดา(เช่นเราเป็นต้น)แล้วคอสผิดนิดเดียวแต่โดนว่าซะยั่งกะไปฆ่าใครมา
บางทีมันมีบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้หรอกนะ

#12 By nancy on 2008-01-16 12:28

อุ ตรงใจอีกแล้วครับ โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายภาพในงาน
ในบลอคผมเวลาจะอัพภาพงานที ก็จะคัดเอามาลง
แต่ที่เป็นคอสเพลซะส่วนใหญ่ คนที่แต่งเรื่องที่รู้จักที่ชื่นชอบกับชุดเหมือนๆก็จะลงเยอะหน่อย เรื่องไหนไม่รู้จักแต่ชอบก็จะลงมั่ง หน้าตาดีไม่ดีไม่ค่อยจะสนเท่าไหร่ส่วนใหญ่ดูองค์ประกอบรวมออกมาแล้วดูดี ผมก็อัพลง
หมดอะครับ ยกเว้นแต่ สาวน้อย หูแมว โลลิต้า กับออริจินอลนะที่ไม่ได้ลง เพราะส่วนตัวไม่ใช่แนวนี้ แล้วเข้าบลอคตากล้องก็น่าจะเห็นอยู่จนเอียนเลยหละ 555
(ในงานผมก็ชอบดูนะครับน่ารักดี ^^)แต่ก็นะครับมันก็ความชอบส่วนตัว เพียงแต่ว่าตอนหลังๆตากล้องคอสเพลเปลี่ยนไปถ่ายแนวสาวน้อยกันเยอะมากๆเท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องอ๊อปกับการตัดชุดเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ
ทำเองภูมิใจแถมประหยัดตังกว่าเยอะครับ บางทีเห็นราคาแล้วตกใจโหเป็นพันเลยเหรออ๊อปชิ้นนี้ ถ้าเราทำเองเอาสติกเกอรืแปะตัดไม้เป็นทรงหน่อย เอาโฟมยางประดับราคาถูกลงเกินครึ้งเลยแถมภูมิใจที่ได้ทำเองด้วย ส่วนชุดก็เห็นรับตัดกันในเวปแบบโขกราคากันมาก มาย ขายเด็กนะครับไม่สงสารเด็กกันมั่งเหรอ - -"
เด้กคอสรุ่นใหม่ๆไม่ค่อยรู้กันด้วยแหละครับว่า ชุดคอสมันไม่ต้องตัดร้านทำชุดคอสก้ได้ เขียนแบบให้ร้านธรรมดาแล้วเรามาเย็บลายละเอียดเล็กๆน้อยๆลงเอง
คิดว่าต้องตัดกับพวกร้านที่รับทำอย่างเดียว
พวกรับทำก็โขกราคากันซะ เหอๆ

ผมอยากให้คนที่มางานคอส กันตอนนี้
มีรู้สึกเหมือนมางานครั้งแรก
ไม่มีอคติ ไม่รู้จักคนดัง ชื่นชอบเพราะชอบเรื่องที่เค้าแต่งกันจริงๆ บรรยากาศงานคงจะครึก ครื้นกว่านี้เยอะเลยครับ

ขอบคุณสำหรับ entry ดีดีที่ให้ได้มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ คุณกุ๊กกิ๊ก big smile

#13 By •น้องหมานิ• on 2008-01-16 12:34

=w=bHot!

โดนใจจังๆเลยค่ะ หุหุ

เรื่องตัดชุด+ทำออป
ตัวเองตัดชุดไม่เป็นนะคะ
แต่ว่าส่วนใหญ่ออปชั่นจะทำเอง
เคยคอสโร้ด-คาเมล้อด
แล้วทำเรโระ(ฟักทองที่อยู๋บนร่ม)เอง
แล้วมีคนชมว่าเหมือนดี สวยดี
รู้สึกภูมิใจค่ะ^-^
ทำเองก็ภูมิใจแล้ว มีคนชอบยิ่งดีใจใหญ่เลย
ส่วนตัวเลยไม่เคยคิดจะไปจ้างใครทำออปให้นะคะ
นอกจากจะสอบถามว่าทำยังไง 55+

ปล.อ่านจนตาลาย แต่ก็อ่านทุกบรรทัดนะคะ
--ริคคุ--
/ขยี้ตา -_-''''
เยอะมากจนปวดตาเลยพี่กิ๊ก หุหุ
กำลังคิดว่าจะไปเรียนตัดชุดอยู่ เพราะอยากตัดชุดเอง
แต่เนื่องด้วยเป็นเด็ก ม.ปลาย เวลาไม่ค่อยจะมี
เลยต้องพึ่งร้านตัดไปก่อน -3-
ข้อเสียมันก็มีเยอะเรารู้นะ เราว่าเราก้คอสพอใช้ได้นะ
แต่ส่วนใหญ่คนให้ความสนใจกันคนดัง
คนดังในสายตาตัวเองก็อยากถ่ายรูปด้วยนะขวัญใจ
แต่คงไม่ใช่คนอื่นถ่ายกรูจะได้ติดอันนี้ไม่ใช่และ -0-
คอสก็คืองานอดิเรกเราอย่างนึง
แต่ก็ควรรู้ด้วยว่าเนี่ยมันช่วงไหนต้องทำตัวยังไง
ยืดเวลาไว้อาลัย100วัน คนอื่นไว้อาลัย
แล้วจะเฉิดฉายสีปิ้งๆสว่างไสวในงาน
ถูกมองว่าไม่มีกาลเทศะ
หรือกับการเคารพว่านี่มันช่วงเวลาไหน
แล้วหยุดทุกอย่างเพื่อไว้อาลัย หรือหยุดไปเตรียมตัว
เพื่องานใหม่ในอนาคตต่อไป

#15 By only me on 2008-01-16 12:50

ไอดอลชื่อดังนาม กรู๊กกรี๊ก ( -w-"""")

แหม~ชื่อน่าร๊ากกกกจากเดิม x 10

สำหรับตัวเองคิดว่าเลเยอร์เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ ชุดกับออปที่ทำเองก็เป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง ฝีมือแต่ละคนเป็นเอกลักษณ์พอๆ กับการวาดรูปหรือแต่งฟิคนั่นแหละน๊า ( แต่คอสเป็นแบบ 3 มิติ ) ถ้าเอาแต่กรี๊ดที่หน้าตาคนทำงานศิลป์ ไม่สนใจงานโชว์ของเขา คนทำงานไม่ภูมิใจหรอกนะคะ ตรงข้ามจะชีช้ำเสียมากกว่า

#16 By หมาต่ายโทเม on 2008-01-16 12:52

/me แอบฮาตรงไอดอลชื่อดังนามกรู๊กกรี๊ก open-mounthed smile

พูดได้ตรงใจมากๆ เอาลูกบอลไปเลยค่ะ open-mounthed smile Hot! Hot!

#17 By Nameki~ on 2008-01-16 13:10

อืมม

สังคมคอสเมืองไทย (ที่อื่นด้วยรึเปล่าไม่รู้เพราะไม่เคยเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดจนรู้ได้ อิอิ) "เด็ก" เยอะค่ะ (เด็กในที่นี้ ไม่ใช่เพราะอายุอย่างเดียวนะ .. คิดว่าจขบ.คงเข้าใจว่าหมายความว่าอะไร)

เพราะงั้น จัดระเบียบยากมว๊ากกกกส์

และยิ่งขึ้นชื่อว่าเด็ก ก็ยิ่งชอบอะไรง่ายๆ ชอบของสำเร็จรูป ยังยังไม่ต้องทำงานหาเงินเองก็จะสามารถใช้เงินซื้อแล้วก็รู้สึกว่ามันง่ายกว่า

(แต่ว่า "ยืมเขาเอา" ง่ายสุดสินะ สบายจังตังอยู่ครบ หึหึ)

และเมื่อเป็นเด็ก ก็จะมีการชิงดีชิงเด่น เรียกร้องความสนใจตามมาเป็นธรรมชาติอ่ะนะ

(ส่วนตัวก็คิดอีกว่า.. เลิกประกวดซะก็สิ้นเรื่อง กร๊าก)

้ถ้าให้ลองคิดเล่นๆ ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ยังไงดี...

เราเคยคิดแล้วก็คุยกะทามะชัย (ไม่ต้องวิ่งหลบเลย ยังมี chat log เป็นหลักฐาน.. ฮ่าๆ) เรื่องของการตั้งอะไรซักอย่าง เป็นเหมือน "สมาคมคนคอส" อะไรอย่างนี้อ่ะ ให้มีการสมัครสมาชิกเป็นทางการ แล้วก็มีสิทธิประโยชน์อะไรเล็กๆ น้อยๆ ถ้ามันเป็นสมาคมได้ มันก็จะตั้งมาตรฐานอะไรต่างๆ ได้ แล้วก็ขอความร่วมมือในฐานะของ "ตัวแทนนักคอส" ได้ (เช่นในกรณีขอความร่วมมือช่างภาพทั้งหลายไม่ให้ถ่ายในแนวอนาจาร) อาจจะมีกองตรวจ เดินตามงานคอส (เอาจากพวกที่ไม่ได้คอสในงานนั้นนั่นแหละ) ช่วยกันสอดส่องดูแลเด็กๆ ที่อาจจะเผลอ ไม่ระวังตัว แล้วโดน "ส่อง" เอาโดยไม่รู้ตัว อะไรอย่างนั้น

ถ้ารวมตัวกันได้จริงจัง ข้อดีอีกอย่างก็คือมันจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของ "คนนอก" (ไม่อยากบอกว่า "ผู้ใหญ่" .. เพราะคนนอกบางคนก็ไม่แก่ และคนแก่หลายๆ คนก็ไม่ใช่คนนอก เอิ๊ก) ให้มองว่าเออ พวกนี้ก็ไม่ใช่เด็กไร้สาระแต่งต้วบ้าบอไปวันๆ นะ มันก็มีสมองคิดทำประโยชน์มีอะไรบ้างเหมือนกันนะ

(นอกเรื่องนิด จากเท่าที่ได้รู้จัก รู้สึกว่าน้องๆ ที่คอสบ่อยๆ คอสเยอะๆ แต่พยายามแกะชุดทำชุดเอง พูดง่ายๆ คือ เป็น "นักคอสคุณภาพ" มันจะส่งผลถึงคุณภาพของตัวเขาในแง่รวมด้วยน่ะ คืออย่างน้อยเขาก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ต้องรู้จักใช้ resource จำกัดที่มีให้ได้ผลมากที่สุด และต้องแบ่งเวลาเป็น (แม้จะปั่นออพกันคืนเดียวก่อนงาน ฮ่า) ซึ่งคุณสมบัติพวกนี้เป็นคุณสมบัติที่ทำให้เป็นคนทำงานที่มีคุณภาพนะ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม.. แต่อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวเน้อ)

#18 By D.M. on 2008-01-16 13:22

อ่านเมนท์ของตัวเองแล้วก็รู้เลยว่าคำถามที่ตามมาคือ "ใครจะทำ"

ก็.. ต้องรวมตัวกันแหละค่ะ ซึ่งไม่รู้นะ เรามองว่าถ้าจะทำจริงคนที่เริ่มมันก็ต้องคนที่ "คุม community" ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งอยู่แล้วอ่ะ แต่ไม่ใช่ว่าให้ทำคนเดียวนะ ถ้าทำได้จริง "กลุ่มผู้ดำเนินการ" ก็น่าจะมาจากหลายๆ ฝ่าย ทั้งคนคอส คนถ่ายรูปคอส คนมางานคอส หรือแม้แต่คนจัดงานที่อยากจะเอานักคอสไปเป็นสีสันของงาน

มันไม่ง่ายหรอก แต่เราว่ามันก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้..

นึกออกมั้ยคะ คุณไอดอลชื่อดังนาม กรุ๊กกริ๊ก.. (อิอิ)

#19 By D.M. on 2008-01-16 13:31

#18
เรื่องประมาณ สมาคมคอส ไว้สักตอนที่ #4-5 นะครับ ^w^ เดี๋ยจจะเจาะตรงนั้น พอดีอยู่ๆปลายๆเรื่องราวพอดี

#20 By Googgig on 2008-01-16 13:34

Hot!
เราจึงมองว่า สมัยนี้ คอสเพลย์มันสำเร็จรูปไปหมดจริงๆ <<< อันนี้เห็นด้วยอย่างรุนแรงฮ่า

(ตามประสาคนคอสมานาน)
เมื่อก่อน (ยิ่งโดยเฉพาะสมัยเจร็อคนิยม 55) จะตัดชุดแต่ละที เป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะตอนนั้นยังเด็กด้วย ยังม.2 อยู่เลย พาหุรัดคืออะไรไม่รู้จัก ประตูอยู่แถวไหน? ป้า***คือใคร? ไม่รู้จัก ไม่รู้อะไรซักอย่าง เพราะฉะนั้นชุดแรกในการคอสที่ออกมา แน่นอนมันต้องดู ....อะนะ เป็นแน่นอน แต่ว่า .... มันได้ความภาคภูมิใจมากกว่านะ จนถึงตอนนี้ชุดคอสชุดแรกของเพลงก็ยังคงแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม ถึงแม้ไม่คิดจะใส่อีกแล้วก็ตาม แต่ถ้ามองถึงสมัยนี้ อยากได้อะไรก็มีสั่งซื้อหมด หรืออาจจะเป็นเพราะอินเตอร์เน็ตกว้างขึ้น? หรือเพราะคนสมัยนี้มองคอสเพลย์เป็นธุรกิจ?? จริงๆ มันก็สิทธิของเค้า แต่อยากบอกว่าไม่ชอบเลย ... คนที่สั่งซื้อชุดแบบนี้ไม่มีทางได้ลิ้มรสชาติของพยายามหรอก ไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งกับตัวละครหรือชุดที่ใส่ด้วย=w=

(บ่นอะไรเนี่ย? =w=)

เรื่องการถ่ายรูปคอสเพลย์เยอร์ ... อันนี้มันห้ามไม่ได้จริงๆ 55 (จริงๆ ก็ห้ามไม่ได้ทุกเรื่องแหละ) เพราะขนาดเพลงเอง บางทีก็ยังเน้นถ่ายแค่กลุ่มตัวเอง กับคนที่รู้จักเลย (ขออภัย ^^") เพราะไม่กล้าเข้าไปขอถ่ายรูปคนที่ไม่รู้จักเท่าไรนัก (ทีอย่างนี้ล่ะเกรงใจ ...) อันนี้ก็คงต้องปล่อยให้เป็นสิทธิส่วนบุคคลต่อปายย แก้ไขอะไรไม่ได้

โอย เมนท์อะไรไปเนี่ย ฮ่วย ~

#21 By R.U.K.A on 2008-01-16 13:40

ยังมีภาค 4~5 อีกใช่มั้ยคะ

จะได้เข้ามาอ่านอีก มันดี กร๊ากกกกก

#22 By R.U.K.A on 2008-01-16 13:41

แอบขำชื่อของไอดอลชื่อดัง confused smile

สมัยก่อนเวลาจะทำออป ประโยคจะขึ้นมาว่า "จะทำยังไง" แต่ปัจจุบันด้วยว่าร้านต่างๆมีมากมายทำให้มันกลายเป็น "จะซื้อร้านไหน"
ประโยคนี้ โดนใจมากมายมหาศาลเลยค่ะ
ไม่ต้องอะไรมาก แค่ที่คาดผมหูแมวที่เราเองก็คิดมาตลอดว่า ของแบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้เนี่ย ขนาดทำ How To ลง blog เคยถึงขั้นว่า จะทำ kit set แบ่งขาย เซ็ทละไม่กี่สิบบาท (สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อผ้าขนเป็นเมตร เพื่อหูคู่เดียว)
แต่สุดท้าย เอาเข้าจริง ๆ ของพวกนั้นก็ไม่มีใครสนใจ สรุป ทำขายไปนั่นหล่ะ เหมือนเดิม

ปล. เห็นด้วยกะเมนต์ที่ 5 ของตาลอย่างมากมาย

ไม่เคยเห็นวงไหน ใส่หูแมวเล่นคอนนะจร่ะ
แล้วก็ punk style ไม่ใช่ J-rock ด้วย
เหอะๆๆๆ คอสเจร็อคออริ มันมีที่ไหน (นอกจากซัมวัน เหอะๆๆๆ)

#23 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-01-16 13:44

อ๊า ลืม dragon ball
(ลืมตั้งแต่กentryที่แล้วหล่ะ)
Hot! Hot! Hot!

#24 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-01-16 13:45

อ่านแล้วมันจี๊ดจ๊าดในหัวใจดีค่ะ
มีหลายจุดที่โดนใจมากๆ... กระแสสังคมทำให้การคอสเพลย์เปลี่ยนไปเยอะจากเดิมมากๆ
คอสเพลย์กลายเป็นแฟชั่นมากขึ้น ค่านิยมและความเข้าใจผิดๆ ทำให้คนแต่งคอสหลายคน คอสเพลย์โดยไม่ได้เข้าถึงความเป็น "คอสเพลย์" เลย

การถ่ายภาพคอสเพลย์ที่เห็นหลายครั้งก็กลายเป็นการถ่ายแฟชั่นไปก็มีค่ะ ^^" ไม่ก็ถ่ายเพราะคนนี้หน้าตาดี คนนั้นหน้าตาน่ารัก
จะว่าไปก็เป็นสิทธิของแต่ละคนหล่ะเนาะ ...

มี Entry เขียนพลีชีพมาหลายท่านในช่วงนี้ ยิ่งทำให้เห็นว่า คอสเพลย์ในบ้านเรา มันเริ่มหันหัวเรือไปผิดทางซะแล้วหล่ะ
wink wink


แล้วเจอกันวันที่ 16 มีนาคมในงาน ota ota suki ค่ะพี่กุ๊กกิ๊ก big smile

#25 By หนูพุก on 2008-01-16 14:23

กดเมนท์ได้ด้วย IEไม่ทรยศเซ่แล้ว
เป็นเป็นทรีที่ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
คงเพราะเจาะถึงประเด็นที่ถูใจเซ่พอดี

เรื่องทำออป ทำชุด- -

คงเพราะเซ่มักจะทำออปเองซะส่วนใหญ่
ก็เลยไม่ค่อยนิยมอะไรที่จ้างเค้าทำซะส่วนใหญ่

เวลาเข้าเว็บบอร์ดบางที่ รึบางบลอค
เห็นน้องๆ เด็กๆ สั่งทำชุด ทำออปกันราคาเป็นพันๆ

บอกตรงๆว่าเห็นแล้วหงุดหงิด
ถ้าชั้นเป็นแม่พวกนี้ล่ะก็จะสั่งให้มันเลิกคอส
โทษฐานเอาตังชั้นไปผลาญ
ก๊ากกกก

ที่เด็กๆบ่นๆกันว่าพ่อแม่ห้ามคอสนี่เราพอจะเข้าใจเลยนะ

สมัยก่อนที่พ่อแม่ห้ามคอสน่ะ เพราะว่าเค้าไม่รู้ว่าคอสคืออะไร
แต่เด๋วนี้เราว่า คอสมันเปิกว้างแล้วนะ
ถ้าจะโดนห้ามคอส มันก็เพราะว่า
"สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ" นี่แหละ

จริงๆเรื่องสิ้เปลืองมันหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่มันมีหนทางที่จะสิ้นเปลืองโดยไม่มากเกินไปได้ไม่ใช่เหรอ

บอกตรงๆตอนนี้เวลาดูคนคอส เซ่สนแค่ว่า ทำออปเองรึเปล่า???? ก๊ากกกกกก

บางทีเจอน้องที่เห็นแล้ว โอ้สส
คอสเจ๋งอ่ะ สวยจังเลยยยยย

แต่พอรู้ว่า ที่แท้ น้องจ้างเค้าทำทั้งชุด แม้แต่ออป
ก็ชอคไปเลยก็มีเหมือนกัน ฮ่ะๆๆๆ

แบบ เศร้าใจจัง
บางทีก็คิดว่า ทำไมเด็กเด๋วนี้รวยจัง
อะไรๆก็จ้าง อะไรๆก็สั่งทำ
เอ๊ะ รึชั้นตนเอง ก๊ากกกก

อยากถามเหมือนกันว่า ชุดที่ตัวเองไม่ได้แม้แต่จะมีส่วนรวมเลยในการทำ
นอกจากจิปาถะเล็กๆน้อย เช่น
โทรไปจิกคนทำ
จ่ายตังค์
ขนมางาน
"ใส่แล้วมันภูมิใจเหรอ????"
สงสัยมาก อันนี้สงสัยจริงๆนะ ฮ่ะๆๆ
ถึงจะบอกว่า แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆแต่ก็มีส่วนร่วมแล้วน่ะ
แต่เอาเข้าจริง เฮ้ ลองเทียบกันดิ
A ทำเองทั้งชุด
B จ่ายตังเองทั้งชุด

เราชอบAมากกว่า B นะ ในหลายๆความหมายด้วย
ก๊ากกกก

ถ้าเอนทรีนี้ของพี่กิ๊ก จะทำให้สังคมคอสดีขึ้นบ้าง
เราจะดีใจมากกก - -+
Hot!

#26 By Sysc`est [ เซ่ ] on 2008-01-16 15:12

ขอคารวะ
พี่กิ๊กสุดยอดดด!
นั่งทำออปแทบตาย
สุดท้ายก็เป็นซอกหลืบในงานที่มีแต่ดาบร้านขายยาสีดำลายมังกร
เห็นแทบจะบ้า
ทำออปเพื่อ?
แอบเซ็ง
หมดกำลังใจไปหลายทีแระกับปัญหาพวกนี้
เอาดาร์กอนบอลไปเลยค่ะพี่Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By DeeP FreezeR _ L on 2008-01-16 15:44

รอเข้าสู่เนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น - -+ หึหึหึ
Hot! เอาไปเป็นแรงใจ เพื่อนักคอสที่ดี...สู้ต่อไปทาเคชิ!!

#28 By ■ TamaRPG ■ on 2008-01-16 16:07

ยาวสะใจและชัดเจน = = b Hot!

#29 By Kuro Noire on 2008-01-16 16:33

มาลงชื่อว่าอ่าน ^^

อ่านรวดเดียสองบล็อกเลย จะมีต่อไหมเนี่ย?

ไม่ได้ไปงานคอสนานมาก ล่าสุดก็บูมตอนที่ pocket คอสบลีซยกแผง

#30 By xelloss on 2008-01-16 16:40

มาทัก 2 ประเด็น
1. ผมว่า ควรจะแยกกันระหว่าง
- คนที่อยากสนุกกับการ Cosplay
- คนที่อยากให้ Cosplay เป็นมาตราฐาน ทัดเทียมกันประเทศอื่นๆ

ผมว่าการแสดงออก ของคน 2 กลุ่มนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันดีทั้งคู่ แต่คนล่ะ จุดประสงค์น่ะ การแสดงออก เท่าที่ผมมองออกก็จะเป็น อย่าง
- คนที่อยากสนุกกับการ Cosplay = นัด Private
- คนที่อยากให้ Cosplay เป็นมาตราฐาน = พยายามผลักดัน ชักชวน ให้ผู้เกี่ยวข้อง เข้าใจ และปรับตัวให้ เป็นมาตราฐานขึ้น

ต้องแยกให้ออก ถ้าเอามารวมกัน มันคงแปลกๆ
คนที่อยากสนุก แต่ไม่สนใจเรื่องจะทำให้เป็นมาตราฐานอะไรมันก็มี
คนที่อยากทำให้เป็นมาตราฐาน แต่ลืมเรื่องความสนุก ของคนอื่นๆที่มาร่วมงานมันก็มี
คนที่อยากให้เป็นทั้ง 2 อย่างก็มี
คนที่ไม่สนใจอะไรมันก็มี น่ะ


2. ประเด็นเรื่องถ่ายแต่คนหน้าตาดี น่ารัก สวย

ผมว่าตัดประเด็นนี้ไปได้เลย ผมมองว่า ตากล้องที่มาถ่าย Cos แบ่งง่ายๆ ได้เป็น 3 พวก
1. ตากล้องที่ชอบการถ่าย Cosplay ถ่ายคนในชุดการ์ตูน
2. ตากล้องที่มาลองฝีมือการถ่ายรูป
3. ตากล้องที่ชอบการถ่ายรูปคนน่ารัก คนสวย คนหน้าตาดี


กลุ่มที่ 3 จะ build อารมณ์ร่วมยังไง ก็ห้ามไม่ได้หรอกครับ เป้าหมายมันคนล่ะอย่าง เป็นตายยังไง ก็ยังจะอยากถ่ายรูปแต่ คนหน้าตาดี อยู่ดีนั่นล่ะ

จะหลีกเลี่ยงก็คงไม่ได้


เหมือนบอก ว่า เกรียนตามบอร์ด ทำไม ไม่เคารพกฏ

.. ก็ถ้าเคารพกฏจะเรียกว่าเกรียนไหมนั่น
ฉันใด ฉันนั้นแล

ถาม Cosplayer ดีกว่า ว่า

คุณแยกออกไหม ว่าตากล้องคนไหนเป็นอย่างไร
และ คุณวางตัวยังไง กับตากล้องประเภทต่างๆ เหล่านั้น :P

#31 By gomora on 2008-01-16 16:54

ผมขอตอบลุง #31 นะครับ

>>>1. ผมว่า ควรจะแยกกันระหว่าง
- คนที่อยากสนุกกับการ Cosplay
- คนที่อยากให้ Cosplay เป็นมาตราฐาน ทัดเทียมกันประเทศอื่นๆ




<<< ผมว่าลุงน่าจะไปเน้นที่ระหว่าง คนคอสเพลย์จริงๆ กะคนที่ใส่ชุดแล้วเรียกตัวเองว่าคอสทั้งที่ไม่ใช่

ทั้ง 2 อย่างที่ลุงยกมา มันก็คือ คอสเพลย์เยอร์ ถ้าเค้าแต่งกายเลียนแบบ จริงไหมครับ บางคนก็แค่อยากสนุกกะคอส ถ้าเค้าคอสเพลย์จริงๆมันก็คือคอส ถ้าเค้าอยากยกมาตรฐานก็อาจจะตั้งใจคอส ผมเลยมองว่า ไม่ว่าจะแค่อยากสนุกหรือจริงจัง ถ้าเค้ารู้ว่าคอสเพลย์คืออะไร มันก็คือคอสเพลย์ที่ดีเหมือนกัน

หรือว่า เราจะบอกว่า คนที่ใส่เสื้อยืดมางาน สวมแต่หูแมว จัดเป็นประเภท "คนที่อยากสนุกกับการ Cosplay"

ถ้าตั้งใจแต่งคอสซะอย่าง จะแค่อยากสนุก หรือ อยากยกมาตรฐาน มันก็คือคอสเพลย์เยอร์ละครับ

>>>>>2. ประเด็นเรื่องถ่ายแต่คนหน้าตาดี น่ารัก สวย

ผมว่าตัดประเด็นนี้ไปได้เลย ผมมองว่า ตากล้องที่มาถ่าย Cos แบ่งง่ายๆ ได้เป็น 3 พวก
1. ตากล้องที่ชอบการถ่าย Cosplay ถ่ายคนในชุดการ์ตูน
2. ตากล้องที่มาลองฝีมือการถ่ายรูป
3. ตากล้องที่ชอบการถ่ายรูปคนน่ารัก คนสวย คนหน้าตาดี


<<<<

ผมสรุปง่ายๆว่า 2 อันหลัง ผมไม่นับเป็นตากล้องคอสเพลย์นะครับ แต่ถามว่าเค้าเป็นตากล้องไหม ก็ต้องตอบว่าเป็น
และที่สำคัญคือ เราอยากให้ประเภท 1 หรือ ประเภท 2 กะ 3 มีมากกว่ากันในงาน (จริงๆ 2 ไม่ซีเรียสนะถ้าว่าตรงๆ)

>>>ถาม Cosplayer ดีกว่า ว่า

คุณแยกออกไหม ว่าตากล้องคนไหนเป็นอย่างไร
และ คุณวางตัวยังไง กับตากล้องประเภทต่างๆ เหล่านั้น :P

ผมว่า แยกออกนะครับ เพียงแต่จะกล้าแสดงออกหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องวางตัวยังไง มันก็แล้วแต่แต่ละคนอะครับ ผมคงไม่สามารถเอาความคิดของผมเองคนเดียวตัดสินทั้งสังคมได้

#32 By Googgig on 2008-01-16 17:13

อโลฮ่าแย่งตอบไปเกินครึ่ง....me/งอนพยูนบู่ๆ

ยืนยันให้เขียนยาวๆไปเลยไม่ต้องกลัวคนอ่านไม่ไหว
ใครคิดว่าอ่านไม่ไหวขี้เกียจอ่านก็ไม่ต้องอ่านละดีแล้ว- -/

แล้วก็ยืนยันเรื่องความสามัคคีอย่างง่ายว่า
ก่อนจะไปคุยกับคนอื่นต้องเลิกทะเลาะกันเองก่อน
แค่นี้ก็เป็นไปไม่ได้ละ~~ ก็เลยขออยู่แบบไม่สนใจชาวบ้านดีกว่า
แต่ต่อให้แต่งชุดคอสผิดกฏหมายผมก็จะยังแต่งอยู่แค่นั้นเอง...

#33 By GinG Freecss on 2008-01-16 18:18

อ่านตั้งแต่เอนทรี่ที่แล้วล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นคอมมันเออเร่อ ไม่ยอมให้เม้นท์เลย TT^TT

อ่านไปแล้ว ชอบจังเลย ตรงประเด็นสุดๆเลยค่ะ
หนูก็ไม่ได้คอสมานานเท่าไหร่ ประมาณ 4 ปีเอง
แต่ว่า สังเกตเห็นความเปลี่ยนไปของสังคมคอสเพลย์ได้เยอะมากๆ
สำหรับหนู ก็ไม่ได้ถือว่าตัดชุดเป็นซะทีเดียว แต่ในบางครั้งก็ตัดเอง อะไรที่ทำเองได้ก็ทำ อย่างออพชั่นก็ทำเองตลอด
เท่าที่คิดที่ การทำออพชั่นนี่เป็นอะไรที่สนุกที่สุดแล้วล่ะมั้ง
เพราะมันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าเรื่องวัสดุหรือวิธีการทำ
ส่วนเรื่องร้านค้าสำเร็จรูป เห็นแล้วก็เซ็งเหมือนกันค่ะ (อุ๊ยหลุดออกไป)
รู้สึกว่า ไม่ค่อยจะเห็นคุณค่าในการคอสเพท่าไหร่เลย จะคอสทั้งที นั่งอยู่เฉยๆ ควักตังส์จ่าย รอรับชุด แล้วก็แต่ง
แต่ความสนุกของการคอสที่แท้จริง คิดว่า น่าจะมาจากการเลือกผ้า เลือกซื้อของ ตัดเอง หรือหาร้านตัด อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ ^^

ส่วนเรื่องตากล้อง อืม.. คิดว่า ปัจจุบันนี้ ตากล้องแปลกๆเยอะเหมือนกันอ่าค่ะ เช่นซูมมาจากระยะไกลเลยก็มี TT^TT แล้ก็ซูมแต่หน้า -*- ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลย เปิดหน้าบล๊อก หรือเวปบางเวป เจอแต่ซูมหน้า ทั้งๆที่อยากดูส่วนอื่นๆด้วย
ชอบมากๆเลยค่า บทความแบบนี้ ^^
(ต้องขอโทษด้วยน้าค้าที่เม้นท์ยาวมากๆ)Hot!

#34 By ◘ :.ryo-13.: ◘ on 2008-01-16 19:29

มึนเพราะมันยาว (ฮา) มีให้พักสายตาด้วยอ่ะ 555

ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อละนะ เข้าใจสิ่งที่กิ๊กพยายามจะสื่อน่ะ มันเป็นปัญหา ซึ่งมันแก้ได้ยากมาก เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องค่านิยมของกลุ่มสังคม (ซึ่งเราไม่คิดว่าเราเดือดร้อน อีนี่ก็คิดแบบเดิมอีกละนะ)

เราเป็นประเภทเข้าใจว่ามีปัญหา และรู้ว่าปัญหานั้นมันยากที่จะแก้ ก็แก้ไปในขอบเขตที่เราจะำทำได้ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคมนั้นแหละนะ (ไม่ใช่ในฐานะผู้นำ)

สังคมมันมีกลไกของมัน ขึ้นอยู่กับค่านิยมของสมาชิกที่รวมกลุ่มกันล่ะนะ โอ้ย พูดยาก จะบอกว่าอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด อารมณ์นั้นละนะ แต่เราคิดว่าเรื่องความนิยมคนหน้าตาดีน่ะ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายร้ายแรงหรอก เพียงแต่ถ้าคนส่วนใหญ่รู้จักมารยาทโดยทั่วไปในการปฏิบัติตนต่อกันแล้วมันก็น่าจะโอเคล่ะเน้อ

#35 By KeeChan on 2008-01-16 19:58

อ่านหมดรวดเดียว เล่นเอามึนเลยคับ (*___*)*หัวเราะ*

นั่นสินะคับ...อะไรๆสมัยนี้มันก็สำเร็จรูปไปหมดเลย แม้แต่คอสเพลย์เนี่ย... - -"
สมัยก่อนจะทำอะไรทีก็ต้องวิ่งเต้นกันสนุกสนาน(??) กว่าจะเสร็จออกมาชุดนึงก็เล่นเอาเหนื่อย *พูดถึงเดี๋ยวก็ต้องไปปั่นต่อ กร๊ากก*

เรื่องการขายชุดอะไรแบบนี้..ติดๆมานานแล้ว..
เห็นบางคนตัดมาก็แค่ใส่ครั้งเดียวแล้วมาแปะขายต่อ
เป็นมี่ ถึงชุดนั้นอาจจะไม่ได้ใส่แล้ว แต่ก็ทำใจขายไม่ลงคับ TvT ไม่รู้สินะ สงสารชุดคับ..(??)

เห็นเมนต์พี่ตาลเรื่องหูแมวกับเจร็อค แล้วก็เรื่องพังค์ด้วย.. ถูกใจคับ +5555

แปะดาวให้คับ *3* Hot!
*อ่านมาตั้งแต่เอ็นทรี่ที่แล้วแต่เพิ่งมาเมนต์เอ็นทรี่นี้..ขอโทษด้วยนะคับ..*
/ชอบไอดอลชื่อ กรู๊กกรี๊ก(ฮา) *[]*

#36 By ★ 九 み イ ★ on 2008-01-16 20:00

(ตอบซ้ำอีกละ เพิ่งเห็นเมนท์ลุง)

หนูเป็นคนคอสประเภทที่ 1 ค่ะ *-*

บางทีหนูเห็นตากล้องแบบที่ 1 กะ 3 รวมกัน ก็มี (มั้งนะ เดา ไอ้เรื่องชอบถ่ายคนหน้าดี ผู้หญิงน่ารัก ๆ มันห้ามกันได้ที่ไหนละ)

ส่วนแยกออกมั้ย ก็คิดว่าแยกออกได้ (มั้ง อีกละ 555) แต่โดยปกติ ถ้าตากล้องคนไหนที่ไม่สนิทไม่คุ้นเคย ก็พยายามจะวางตัวห่าง ๆ อยู่แล้วล่ะค่ะ

#37 By KeeChan on 2008-01-16 20:03

อ่านตอนกลางวันแบบสคิปๆไปรอบนึง กลับมาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบนึง ตาลายเลย sad smile

มันก็มีวิธีการดูแบบง่ายๆว่าคนไหนที่ชอบการคอสเพลย์อย่างจริงจัง กับ พวกที่แค่นึกสนุกอยากคอสให้มีคนมาถ่ายรูปอ่ะนะคะ แบบไม่รู้ว่าที่มองเองน่ะถูกรึเปล่า แต่จากที่คลุกคลีกับวงการคอสมาก็ค่อนข้างนาน เมโกะก็ว่าพอมองคนออกนะ sad smile

มันต้องดูฟีลอ่ะ Feeling เวลาเข้าไปขอถ่ายรูป (ดูเป็นรูปธรรมจังเลย..sad smile sad smile )

เหมือนที่คุณกุ๊กกิ๊กยกตัวอย่างเรื่องคอสเบียคุยะ จากบลีชนั่นแหล่ะค่ะ

คนที่ชื่นชอบและรักการคอสจริงๆ เวลาโพสท่าถ่ายรูป มันต้องบ่งบอกคาแรคเตอร์ตัวละคร หรือ คนที่ตัวเองคอสสิ ไม่ใช่แค่เก๊ก..ยิ้ม..เอาแว่นมาใส่..เอาหูแมวมาสวม..ติดหาง..แล้วก็บอกว่าตัวเองคอส...angry smile รายละเอียดของชุดมันก็ต้องแบบว่าสวย เหมือนต้นแบบ หรือใกล้เคียงที่สุด

โอเค อย่างเมโกะก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตัดชุดไม่เป็น การฝีมือไม่ได้เรื่อง ถึงจำเป็นต้องจ้างป้าๆตัด แต่เวลาที่ได้ไปเลือกซื้อผ้าเอาให้เหมือน หากระดุมเอาให้เหมือน หรือดูลูกไม้เอาให้ตาแฉะกันไปข้าง แล้วพอชุดออกมา มันก็มีความภูมิใจอยู่นะคะ ถึงจะไม่ได้ตัดเองก็เถอะ sad smile

อีกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน.. เมโกะขอเรียกว่าการทำลายคาแรคเตอร์..

ยกตัวอย่างเช่น

คอสยูกิ จากเรื่อง แวมไพร์ ไนท์ แต่ใส่แว่น ใส่หูหางแมว...

หรือ

คอสคลาวด์ จากเกม ไฟน่อลเจ็ด แต่ใส่แว่น ใส่หูหางแมว...


มันจะใช่ที่ไหนกันเล่า

คือถ้าใส่เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายรูปเล่นให้ดูโมเอ๊โมเอ้มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากหรอก แต่ถ้าใส่เดินทั้งงาน หรือไม่ว่าจะคอสตัวไหนชั้นก็จะใส่แว่น ใส่หูหางแมวให้ทุกตัวละครไปนั่นน่ะค่ะ เมโกะขอเรียกว่ามันเป็นการทำลายคาแรคเตอร์เลย angry smile angry smile (ไม่รู้ว่าคิดมากไปเองรึเปล่า แต่เห็นแล้วไม่ชอบเลยค่ะ..)

ส่วนที่คุณกิ๊กบอกว่างานไหนดีก็ไป งานไหนไม่ดีก็ไม่ไป... มันก็ยากอยู่นะคะที่จะตัดสินว่างานไหนดี งานไหนไม่ดี ในความคิดเห็นของเมโกะ มันมีหลายปัจจัยอยู่เหมือนกัน... แต่เมโกะก็คิดแค่ว่า งานนี้อยากไปก็ไป งานนี้อยากถ่ายรูปก็ถ่าย... (เอาแต่ใจสุดๆเลย sad smile sad smile )


จริงๆคุณกุ๊กกิ๊กน่าจะเปิดเลคเชอร์ไปเลยนะคะเนี่ย.. เมโกะขอไปนั่งฟังด้วยคนนึงเลย double wink

รออ่านตอนต่อไปค่ะHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#38 By Meiko S. on 2008-01-16 20:08

มาไม่ทันเอนทรี่ที่แล้ว อดใส่ไฟเลย กรี๊ดดด(เก็บกด = w =!!)

ว่าแต่..โห้ว เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันมีร้านขายอ๊อพแล้วเหรอคะwinkอะไรๆก็เกิดขึ้นมากมายจริงๆ

ไอเรื่องที่อะไรๆก็สะดวกขึ้น สามารถหาซื้อได้มากขึ้น แง่ดี(?)คือ "คอสเพลย์ในบ้านเราเติบโตขึ้น" (เติบโตในด้านดีไม่ดีนี่ไม่รู้ล่ะ...ฮ่าๆ) แถมของแบบนี้มันก็ห้ามไม่ได้ซะด้วย ก็มันโตขึ้นมาแล้วจะให้ไปจุดไฟเผา สั่งว่า เฮ้ย!! จะต้องทำกันด้วยตัวเองนะ!!มันก็ไม่ใช่ถูกนี่นะ

ในญี่ปุ่น หรือต่างประเทศเอง ร้านชุดคอสก็มีขายกันเยอะแยะชนิดที่ว่าซื้อเสร็จก็เดินไปงานใส่ได้เลย แต่ทำไมเค้ายังนิยมตัดชุดกันเองอยู่ล่ะ?...ถ้าจะบอกว่าเพราะมันถูกกว่าก็อาจจะส่วนนึง(เพราะตัดเองแล้วเกิดเจ๊งก็อาจจะแพงกว่าก็ได้) แต่ก็เพราะว่ามันอยู่ที่"คุณค่า"มากกว่า ลองคิดดูว่าอยากคอสๆๆแล้วก็ไปตัดชุดมาเยอะๆ ซื้อชุด สั่งทำอ๊อพแล้วก็คอสๆๆ กับ อยากจะคอสแต่...กว่าจะทำเนี่ย ต้องมานั่งเขียนแบบ กดรอย เย็บ แวร๊ก เข็มทิ่มนิ้ว หรือไม่ก็ แช่กระดาษหนังสือพิมพ์ ขัดวัสดุให้เรียบ ไม่ยอมเรียบอีก...เรียบซักทีสิโว้ยยยย ออกมาก็สำเร็จเป็นชุดเหมือนกัน แต่จะให้ความรู้สึกว่าอย่างหลังมันผ่านมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา...ถึงมันจะไม่สวยเหมือนฝีมือนักตัดเสื้อมืออาชีพ แต่มันก็รู้สึกว่า "อื้ม ทำได้ด้วยมือของเราเองนะ"

ต่อมาขอพูดเรื่องตากล้อง...
ส่วนตัวเมย์แล้ว ระหว่าง คนที่ถ่ายภาพ "สวย คม ชัด สีสดดังลูกกวาด" กับคนที่ถ่ายภาพ"ไม่คมชัด สีไม่สวยเท่ากล้องมืออาชีพ แต่เหมือนตัวละครตัวนั้น" เมย์ยกย่องคนหลังมากกว่านะ...
เพราะความรู้สึกเมย์ แบบหลังมันยากกว่าแบบแรกมากๆ แบกแรกเหรอ ก็แค่ถ่ายซูมแต่หน้า ถ่ายแล้วไม่ให้บวม ถ่ายแล้วให้แบบดูสวย ในขณะที่แบบหลังอ่ะ ต้องถ่ายเก็บรายละเอียดชุด ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความรู้สึกว่า มาจากเรื่องนี้ๆ ให้ใช้กล้องSLRตัวควายๆก็เถอะ ถามว่าสามารถทำแบบนี้ได้มั้ย ถ้าไม่รู้ว่าตัวละครตัวนั้นเป็นยังไง?
ทุกวันนี้ทำได้แต่เห็นรูปตามเน็ต แต่ก่อนก็ชอบนั่งดูหรอกนะ เดี๋ยวนี้รู้สึกไม่ค่อยอยากจะดู...เพราะมันมีแต่อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ออริกันจะทั้งงาน ไม่ก็เป็นตัวละครตัวนึงแต่ไหงอ๊อพกลายเป็นของเรื่องอื่น? เอ้ะ ชุดคุ้นๆแต่ทรงผมนี่มันตัวละครจากไหนเหรอ อ้ะ เอามาดัดแปลงเองให้มันเข้ากับตัวเองหรอกเหรอ?(มันมีงี้ด้วยเรอะ!!)

เคยนั่งอ่านบทสัมภาษณ์ของเลเยอร์ดังของญี่ปุ่นคนนึง เค้าพิถีพิถันในการคอสมากๆๆ แม้กระทั่งว่าต้องเลือกวิกสีแบบนี้เพราะเข้ากับอารมณ์ตัวละครนี้ๆ...หรือตอนที่เค้าคอสตัวละครชายจากเรื่องEvangelion(ชื่อจำไม่ได้ต้องขออภัยด้วยค่ะ...)ก็มีคนถามว่า ส่วนไหนของชุดนี้ที่ยากที่สุด?(ชีคอสชุดนักเรียนน่ะค่ะ) เจ้าตัวก็ตอบว่า "เข็มขัด" ตอนแรกก็งงว่าเข็มขัดมันจะไปยากอะไร พอเห็นอนิเมแล้วอึ้งไปเลยเพราะในอนิเมเข็มขัดมันจะตกๆห้อยๆ... อาจฟังดูเว่อร์ แต่เค้าก็ให้ความสำคัญกับรายละเอียดพวกนี้มากๆ แล้วมันทำให้สายตาคนที่ชอบตัวละครตัวนี้รู้สึกว่า โห...สุดยอดจริงๆ

การที่คอสเพลย์จะไปในทางที่ดีขึ้นนั้นหรือไม่ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับเลเยอร์แต่ล่ะคนล่ะค่ะว่าเห็นคุณค่าในคอสเพลย์หรือเปล่า...

ป.ล.ขอโทษที่พิมพ์ซ้ำๆ+ยาวนะคะ

#39 By *。::Eda::。* on 2008-01-16 20:38

Hot! Hot!

ด้วยอ่านตั้งแต่กลางวันแล้วมาอ่านอีกรอบ
แล้วมาเม้นตอนนี้ ลืมไปหมดว่าจะคอมเม้น อะไร
แต่โดยรวมอันนี้เห็นด้วย ไม่มีตรงใหนที่ขัดแย้งซักเท่าไร

ส่วนเรื่องงานใหนดีก็ไป โดยตัวเราก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากซักเท่าใหร่
แต่ถ้าว่างก็จะไป เพราะ ชอบไปเก็บภาพ คอสเพล ด้วยสายตา
555 จนป่านนี้ยังไม่มีกล้อง เชยได้อีก
อาศัยรูปจากกล้องเพื่อนเอา


ว่าแต่เด็วนี้มันสำเร็จรูปก็แพงหน่ะซิ
เสียดายเงินแย่ เลยแห๊ะ555
ยิ่งถูกมันยิ่งเจ๋ง แต่ครั้นจะมาเรียนตัดก็ไม่มีเวลา
ทั้งที่ที่บ้านมีจักรโพ้ง เย็บพร้อม
แต่เวลาดันไม่มี ถ้าทำได้ก็จะดีมาก
ใครทำเป็นเปิด คอร์สอบรมฟรีกันเลยมั้ย
ทำได้ก็จะดี เสริมความแน่แฟ้นกันไป
แต่ออกจะเลยเถิด ต้องพยายามกันเองซิถึงจะมัน
โรงงานนรก ปั่นออพ กันปวดหลัง เลยทีเดียว + เป็นเด็กติดยา ที่ดมกาวยู้หู
ไม่พอ แถมยังปืนกาวยังระเบิดใกล้ๆ ตาอีก
อารมนี้ซิถึงจะมัน มีที่มาของความทรมาณ
cry
วันคอสก็เลยหน้าหม่นหมองดั่ง ผีสิง 555


ถ้าอ่านแล้วทุกคนไปแนวทางเดียวกันก็คงจะดี
เราจะเก็บภาพด้วยสายตา ขโมยวิธีทำ 555 ว่าไปนั้น
แต่บางทีไปยืนมองแบบประทับใจก็กลัวโดนว่าจังsad smile


Hot! Hot!

#40 By ビッター バニラ [ Pha-rr ] on 2008-01-16 20:52

คันไม้คันมืออยากจะเมนต์ตั้งแต่เอนทรี่ที่แล้วล่ะค่ะ แต่แบบว่ามัวแต่ตั้งใจอ่าน ตอนนี้ขอพิมพ์มั่งดีกว่า ไม่ถอดล็อกอินค่ะ หุๆ

เรื่องทำชุดด้วยตัวเอง รวมไปถึงทำพร็อพ ออปชั่นเอง เราว่ามันน่าภูมิใจดีค่ะ ส่วนตัวไม่สามารถขนาดเย็บชุดเองได้ ทำได้แค่พวกติดลูกไม้ หรือเย็บประกอบ ลงสีบนผ้าอะไรอย่างนั้น ทำเป็นชุดนี่ยังต้องไหว้วานป้าๆประตูน้ำทั้งหลายอยู่ดี แต่อุปกรณ์ต่างๆก็จะทำเอง รู้สึกว่ามันท้าทายดีค่ะ ยิ่งยาก ยิ่งล้มเหลว ยิ่งน่าลองทำดู เคยนั่งทำง้าวอันหนึ่งด้วยความอยากคอสตัวนั้นจัดๆ
เสียเวลาทำไปเป็นอาทิตย์เพราะไม่เคยทำมาก่อน ก็ลองผิดลองถูกมั่วไปเรื่อย หัดพ่นสี หัดทำโน่นนี่ ประยุกต์เอาทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆห้องมาลองเล่นจนสุดท้ายง้าว
เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันได้แม้ว่าจะไม่ได้สวยอะไรมากมาย แต่สุดจะภูมิใจค่ะ...เข้าใจเลยว่าความรู้สึกภูมิใจจากฝีมือของเรา
เอง น้ำพักน้ำแรงเราเองมันรู้สึกดีแค่ไหนconfused smile

ฉะนั้นเลยเห็นด้วยว่า บางอย่างถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ลองนั่งทำเองดีกว่า มันสนุกและทำให้การคอสมีสีสันขึ้นเยอะค่ะ เรื่องชุดถ้าตัดเองไม่ได้ อย่างน้อยได้ไปเลือกผ้า ได้หัดจับๆผ้า ดูเนื้อ หัดกะผ้า หัดลองคิดว่าเสื้อผ้าแบบนี้จะใช้ผ้าอะไรดี สีอะไรถึงจะเหมาะสม เราว่ามันก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งนะ ดีกว่าซื้อสำเร็จหมดทุกอย่างที่รู้สึกว่ามันออกจะสบายไปหน่อย
ซื้อผ้าเอง...แถมได้ความรู้ในการเดินสำเพ็งทะลุพาหุรัดอีกเพียบค่ะ แฮะๆopen-mounthed smile ส่วนนี้ชอบความคิดของคุณ chubby ค่ะ

อีกเรื่อง..คืออยากให้แถมเรื่อง ระวังการใช้จ่ายในการคอสเพลย์แต่ละครั้งด้วยค่ะ ใช้จ่ายเรื่องการคอสเพลย์อย่างมีสติ อย่าให้เกินตัวจนกระทั่งต้องมีปัญหากับที่บ้าน กับผู้ปกครองเลยค่ะ น้องๆบางคนค่าตัดชุดค่าทำออพแพงมากขนาดคนมีเงินเดือนอย่างเรา
เห็นตัวเลขแล้วยังสะอึก...ว่ากระเป๋าหนักกันจังเด็กๆสมัยนี้

หลายประเด็นที่ยกมาก็ยอมรับเหมือนกันว่า เป็นเรื่องที่หลายคนคงจะเคยแอบถกกันมาในกลุ่มเล็กๆอยู่แล้ว
แต่ยังไม่ค่อยจะมีใครเรียบเรียงความคิดเขียนออกมาขนาดนี้
หลายเรื่องที่คุณกิ๊กเขียนเองว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบอุดมคติ
เรายอมรับว่าความคิดคนมันแก้ยากค่ะ คงต้องใช้เวลารณรงค์ และค่อยๆปรับเปลี่ยนความคิดไปทีละนิด ก่อนอื่นแค่เริ่มจากตัวเราเองก่อนได้ก็พอแล้วล่ะค่ะ

ยังไงก็จะรออ่านคอมเมนต์อื่นๆ และเอนทรี่อื่นๆของคุณกิ๊กต่อไปนะคะ ชอบอ่านความคิดเห็นของคนอื่นค่ะ
อ่านแล้วเพลินดี ได้เห็นแง่มุมมองจากหลายๆคนดีจัง

#41 By nuinthelewen on 2008-01-16 21:29

ของ เซย์ ตอบได้โดนใจเรามาก
"บอกตรงๆว่าเห็นแล้วหงุดหงิด
ถ้าชั้นเป็นแม่พวกนี้ล่ะก็จะสั่งให้มันเลิกคอส
โทษฐานเอาตังชั้นไปผลาญ
ก๊ากกกก "

555+ ไอดอล กรุ้งกริ่ง นี้คนไหนคะเนียยย 5555+
วันหลังจะไปสโตรค

ของ คุ ก็พูดไปในเอนรี่ที่แล้ว เอนรี่นี้ไม่อยากเขียนยาว แต่อ่านจจบนะ

อ่านแล้วนึกที่ ออฟอันแรกที่เราทํา ตอนคอสครั้งแรก
คอสครั้งแรก เราก็ทําออฟเองแล้วอะ
อยากตัดชุดเป็นเหมือนกันนนนน ใครก็ได้สอนที
จะได้ประหยัดตังค์ไปได้เยอะเลยยย
รอบนี้เขียนได้ยาวมากๆ อ่านแล้วแอบไปพักสายตา แปปนึง
เดียวนี้อะไรๆมันก็สะดวก ขึ้นคนไม่เห็นคุณค่าก็มี
ใช้สิ เดียวนี้ เงินคือ สิ่งสําคัญนี้นะ ...

ใครมีเงิน - ชุดเริ่ด
ใครไม่มีเงิน - ไม่ใช้คอสเพลย์
เดียวนี้มันเป็นอย่างนี้จริงๆๆ รู้สึกเดียวนี้อะไรมันก็ธุรกิจไปหมด -*-


เรามาช่วยกันเช็ดสนิมให้ออกกันเถอะ!!!
Hot! Hot! ลืมให้ดาวครั้งที่แล้ว

#42 By Ku la la Ch An on 2008-01-16 21:35

อ่านเมนต์ของพี่ Nuin แล้ว ทำให้นึกขึ้นได้

ทุกวันนี้ ถ้าชุดไหนตัดเองได้ ทำเองได้ ก็พยายามทำเองทั้งนั้น

สนุกที่ได้เดินเลือกผ้า ได้เดินเลือกลูกไม้ เลือกหาอุปกรณ์ (และบางครั้ง ก็เกิดการโมของที่ไม่น่าเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้)

และ รู้สึกคุ้นชินกับการเดินสำเพ็งจนแทบจะหลับตาเดินได้
(แต่หลับตาจริง ไม่ได้แน่ มีหวังโดนชนตาย ซื้อของไม่เสร็จ)

#43 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-01-16 22:15

อืมๆจริงๆ
ในฐานะคนถ่ายคนหนึ่ง
แต่ก็นะบ้างที่เราก็ไม่ได้ดูการ์ตุนหมดทุกเรื่องเหมือนกัน
ไปงานเจอไรก็ถ่ายหมดแหละ ไม่ค่อยได้สนใจอะไรเท่าไร


พอมาเป็นสโตกเกอร์(จริงๆ)งานหนึ่งถ่าย10กว่าคน
แต่ล่ะคนเป็นสิบยีสิบสามสิบรูป ก็นะ


ถ้าไม่หมดหัวคิดถ่ายก็ไม่รุว่าไงแหละ
แต่ขอป็นสโตกเกอร์แบบนี้ต่อไปดีกว่า
ขอถ่ายเล่นพอนุกหนานพอแหละ




-พอดูวงจรของเรื่องคอสก็นะ
เมื่อก่อนต้องคิดว่า "จะทำไง"
เดียวนี้ต้องคิดว่า "จะซื้อร้านไหน"

อะนะคงต้องปลุกฝั่งเรื่องคุณค่าของการทำชุด
ให้คนรุ่นหลังๆฟังแหละว่ามันซึ้งขนาดไหน


ปล.รอดูเอ็นทรี่ต่อไปๆ

#44 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-01-16 22:46

เห็นด้วยทุกประการค่ะ
อย่างที่เคยคุยกันไปค่ะพี่กิ๊ก
ก้วยคิดเหมือนพี่กิ๊กในหลายๆเรื่อง แต่บางเรื่องก็ไม่ได้กว้างขวางแล้วก็ละเอียดลงลึกเท่าพี่กิ๊ก
เรื่องที่ไม่เคยทราบหรือตระหนักถึงก็มี
ดีใจที่พี่กิ๊กเขียนเอนทรี่แบบนี้ และจะรออ่านในเอนทรี่ต่อๆไปนะคะ
ก้วยเชื่อว่าพี่กิ๊กเรียบเรียงความคิดหลายอย่างๆออกมาได้ดี
บางเรื่องก็แทนความรู้สึกของหลายๆคนที่มีความเห็นเหมือนกัน
แล้วหลายๆประเด็นคาดว่าคงทำให้ "คนที่เรียกตัวเองว่าคอสเพลย์เยอร์" สะกิดใจอะไรบ้าง แล้วก็มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
รวมถึง ตากล้องคอสเพลย์ด้วย แล้วก็คอสเพลย์เยอร์หลายๆคน ในแง่ของเรื่อง "การไปงาน" หรือ "การไปงานแล้วมีกิจกรรมร่วมกัน" ว่ามันแตกต่างกัน

บางทีเราอาจจะอยู่กันแบบสบายเกินไป จนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มแก้ปัญหาที่ตรงไหนก็ได้
แต่ถามว่าอยากแก้มั้ย...อยากค่ะ แต่ยากที่จะเป็นไปได้ อย่างที่พี่ว่านั่นแหละ..
สามัญสำนึกต้องมาก่อนจริงๆ
ก้วยขอเสนอคำว่า "สับสนในบทบาท" ค่ะพี่ (กล้าเสนอเนาะ - -")
และสำหรับสาเหตุ..พี่กิ๊กได้ชี้ให้เห็นไปแล้ว
ก็คือ ค่านิยมแปลกๆ ที่เกิดขึ้น
ทำให้เราสับสนในบทบาทอย่างที่ว่าแหละค่ะ
จะรออ่านเอนทรี่หน้านะคะ สู้ๆ >w<v

#45 By LittleBaNaNa on 2008-01-17 00:14

ถูกครับ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

ให้นู๋ดาวไปเลยคร้าบ Hot! Hot!

อย่าว่าแต่อย่างงั้นอย่างงี้เลย

บางทีไอดอลบางคนพอเสร็จงานก็เอาชุดตัวเองมาขาย

ทั้งๆที่จริงๆแล้วตัดมาในราคาต่ำมาก แต่กลับมาขายในราคาสูงโล่ แต่ก็ไม่มีใครเอะใจอะไรเพราะเห็นว่าพี่***ใส่ พี่---ใส่ เพราะเค้าคอสเทพมันแพงก็สมราคา ก็มีนะครับ

มันก็เลยไม่ใช่แค่คนนอกที่มาทำธุรกิจแบบนี้ทีเดียว คนในยังเล่นกันเองเลย -*-

แล้วก็ เรื่องการจัดงานที่งานเจ*** เค้าไม่ค่อยมีประกวดส่วนนึงก็มาจาก ไมนิจินะครับ

เพราะเค้ามีสปอนเซอร์สนับสนุนหลักเพียงที่เดียว -*-
(แล้วได้ข่าวบ่อยๆว่าทางนั้นก็ชอบงี่เง่ากะเอ็มบี**)

แต่ผมชอบมุขทาเล็บพี่มากเลยครับ
กะที่บอกว่าไปคอสมาแต่ใส่แค่หูแมว...คอสอะไรล่ะนั่น? -*-

ถ้าบางทีไปคอสแต่บางอย่างที่หาไม่ได้หรือทำไม่ทันก็เอาอย่างอื่นไปเนียนพอโอเค อย่างนั้นยังพอเรียกได้ว่าคอส....แต่เนียนบางที จนทำให้เปลี่ยนชุดตัวละครเดิมไปสิ้นเชิงก็เห็นมีเหมือนกัน -*-

อย่างบางคนคอสมิสะมิสะ......แต่ไม่เห็นรู้เลยว่าคอสมิสะถ้าเจ๊แกไม่ถือเดธโน้ต -*-

แล้วก็บางทีกรรมการก็มองในมุมตัวเองมากเกินไป

อย่างที่กรรมการงานคอสมักจะเชิญแต่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาตัดสิน แล้วเค้าจะมาเข้าใจเรื่องคอสได้ยังไงล่ะครับ จิงมั๊ยครับ?
(แต่เมื่องานที่ผ่านมานี้เห็นพี่เฟย์ ไปเป็นกรรมการด้วยนิ)

แล้วขอพูดเรื่องการประกวดหน่อยนึง ว่าจะไม่พูดแล้ว

แต่มันอดไม่ได้ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว....เพื่อนๆผมต่างก็สงสัย

ว่ารางวัลงานเจ*** เดือนตุ***น่ะ....

เค้าตัดสินกันยังไง? จากอะไร? ถึงได้ให้...

แล้วพอจบงานก็เอาชุดมาขายลงในบอร์ดแมวเหมียวซะอย่างงั้น -*-

เป็นผมนะ ผมจะเก็บไว้นะ ถ้าชุดนั้นผมได้รางวัล....

แต่ผมจะรอนะครับ

วันนั้นที่โอตาคุซักคนได้เป็นพิธีกรบนเวที...

ปล. หลายๆครั้งที่ผมรู้สึกว่า นัดกันเองไปไพรเวทดูจะสนุกกว่าการไปงานคอส....ผมว่าโดจเฉพาะไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้...สังคมมันเริ่มเปลี่ยนไปในทางลบมากขึ้นเรื่อยๆ

สงสัยถึงกลียุคของคอสเพลย์แล้วมั้งเนี่ย...?

ปล2. ขอบคุณที่รับฟังครับopen-mounthed smile
เป็นคนทำ op โลลิขายฮร่ะ แหะๆ..
โดนเต็มๆเลยเรา ^^"
Hot!

#47 By + Lady + LiLiMu + on 2008-01-17 10:50

ตอบลิลิครับ
จริงๆทำอ๊อปขายแนวโลลิต้าที่ทำอยู่
ก็ไม่น่าเป็นปัญหานะครับ
ยังไงก็ทำจากหยาดเหงื่อแรงงาน
และมันสมองของตัวเอง
คนซื้อก้อได้ของน่ารักๆไว้ใช้
คนทำก็ภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและมีรายได้เสริมด้วย
อย่าเพิ่งน้อยใจ ปิดร้านหนีน้า ...

#48 By shura ซัง on 2008-01-17 11:42

ประเด็นเรื่องคนที่ไม่ได้ตัดชุดทำ op เอง แต่ไปซื้อมา

สมมุติว่ามีคนทำงานอายุซัก 28 ปี อยากจะคอสเป็นคลาวด์ขึ้นมา แต่ตัวเองทำงานอยู่บริษัทมือถือแห่งหนึ่ง งานรัดตัวมากเวลาจะแดกข้าวยังไม่มี แต่ด้วยใจอยากคอสให้สมบูรณ์เขาจึงไปจ้างคนอื่นทำชุด ดาบ และมอเตอร์ไซด์ มาคอส
สรุป เขาคอสไม่มีคุณค่า?
เท่ากับว่า เรากำลังจำกัดคอสเพลย์ ให้อยู่ในวงเด็กนักเรียนและมนุษย์ว่างงานเท่านั้น?

ผมเองเคยคอสอยู่ในยุคหักร้างถางพงเมื่อ 7 ปีก่อน พอมาถึงยุคที่เริ่มมีการ"จ้างทำ"แรกๆก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่เวลาผ่านไปมามองดูดีๆ ขอถามทุกคนว่า มันใช่ความรู้สึกว่า "เชี่ย... กูอดหลับอดนอนทำชุดเหนื่อยตั้งนาน มันจ่ายตังค์นั่งกระดิกตีนแล้วชุดมันก็ดีเท่ากู เผลอๆดีกว่ากูอีก" รึเปล่า? สำหรับบางคนอาจจะมี "ดู๊ดู ไอ้ชุดเช่ามีคนถ่ายรูปมันเยอะกว่ากูอีก"

เราลืมความรู้สึกพื้นฐานของ cosplay ที่ว่า ทุกคนแต่งตัวเป็นตัวการ์ตูนที่ตัวเองชอบ มาทำกิจกรรมร่วมกัน มีความสุขร่วมกันไปแล้วหรือเปล่า? ชุดสั่งทำ ชุดเช่า ชุดปล้นมา ใช่ cosplay เหมือนกันรึเปล่า?

โอเคครับมันสนุก มันเป็นสีสันอย่างนึงการได้ทำ op การได้นั่งล้อมวงกับเพื่อนทำอะไรซักอย่างมันสนุกอยู่แล้วล่ะ

แต่กับคนที่ไม่มีฝีมือ ไม่มีเพื่อนที่ทำเป็น แต่อยากคอส เขาผิด?

ส่วนเรื่องคนดัง ลองมองเหมือนจอห์นนี่ เด็ปป์
พี่เด็ปป์ดังเพราะเล่นหนัง เล่นหนังคนกรี้ด
ถามว่า พี่เด็ปป์นั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวข้างถนน คนกรี้ดรึเปล่า? ต่อให้ข้างๆมี หม่ำ เท่ง โหน่ง มาเล่นตลกอยู่ข้างๆร้านเลยเอ้า
logic เดียวกันครับ

เรื่องสุดท้าย คุณค่าของการ cosplay
ผมว่าคุณค่าของการ cosplay อยู่ที่ คุณสนุกกับมันไหม ต่างหาก เพราะ cosplay มันก็เป็นการละเล่นอย่างนึง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น หรือน้อยไปกว่านั้น

#49 By Sonar Ataru on 2008-01-17 12:11

อ่านมาทั้งหมด ย่อหน้า #49 ของคุณโอมนี่ได้ใจที่สุดแล้ว (จริงๆชอบคห. อีกหลายคน แต่อันนี้ชัดเจนจนอยากมายกนิ้ว) ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน คอสเพล์ยในความคิดเราก็มีเท่านั้นแหละ แค่สนุกกับสิ่งที่ทำ และพอใจกับสิ่งที่ทำก็พอแล้ว

ไม่ถอดลอคอินนะคะ question

#50 By chibi on 2008-01-17 12:28