สนิมแห่งสังคมคอสเพลย์ #2
posted on 16 Jan 2008 09:40 by googgig in Not-Good-Things
เอาละ
ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า ขอบคุณนะครับสำหรับหลายๆ comment สำหรับ Entry ที่แล้ว ในหลายๆ Entry ก๋ถือว่าได้มีส่วนร่วมชี้ถึงสนิมอีกมากมายเหมือนกัน และก็ได้มุมมองที่กว้างขึ้น พอได้รับการตอบรับใน Entry ที่แล้วสูงขนาดนี้ ก็ อดกดดันตัวเองไม่ได้ ที่อยากจะเขียนให้ดีเท่าเดิม หรือดีขึ้นไปอีก ...ซึ่งก็อย่าหวังอะไรกะเราตรงนี้มากนะครับ 5555 เอาเป็นว่า เราจะพยายามเขียนในจุดสำคัญๆ มากกว่าแค่ว่า ต้องเขียนให้ดีไม่ดี
ที่นี้อีกจุดหนึ่งที่ขอย้ำเลยคือ สิ่งที่เราเขียนๆไปนั้น มันมีหลายๆอย่างที่ไม่สามารถใช้คำว่า ถูก หรือ ผิด ตัดสินได้ ....ถามว่า ถ่ายแต่คนสวยผิดไหม เราก็บอกไปแล้วว่า ไม่ เพราะเป็นสิทธิของคุณ แต่อะไรที่มันมากไป บางทีมันก็ไม่ดี หรือถามว่า คนดังแปลว่าคอสไม่ดีหรือไง ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ คนดัง คนสวยคอสดีก็มีมากไป แต่ถ้าเน้นแต่หน้าตา ชื่อเสียงมากไป มันก็ไม่ดีใช่ไหม
เพราะฉะนั้นประเด็นทั้งหมดนั้น มันจึงเป็นเรื่องของ อะไรที่มันมากเกินไปนะครับ
หลังจากที่เราชี้สนิมบางจุดไปใน Entry ที่แล้ว ใครที่ได้อ่านก็คงเห็นภาพขึ้นแล้วนะครับ อย่างที่เราบอกและอย่างที่หลายๆคนเขียนว่า มันเป็นสิ่งที่พวกเราคิดและรับรู้เก็บไว้ในใจนี่แหละ เพียงแต่เราไม่ได้เอาออกมาคุยกันจริงๆจังๆกันเท่าไร เพราะถ้าว่าตรงๆแล้ว หากจะพูดทีมันก็อาจจะกระทบคนรอบข้างเหมือนกัน (เราก็กลัวโดนคนโกรธนะเนี่ย ไม่อยากจะบอก)
แต่ก็อย่างที่ย้ำนะครับว่า ที่เขียนนั้นไม่ใช่เพื่อต่อว่า หากแต่เป็นชี้จุดต่างๆที่พวกเราไม่ค่อยจะกล้าพูดออกมา
ทีนี้คงต้องบอกว่า เพื่อนเราแนะมานิดนึงว่า พยายามอย่าเขียนให้ยาวไป ....โหย ไม่อยากจะบอกเลยว่า คราวที่แล้วยังกะ Intro เจาะไปแต่ละอันก็ยังไม่มากเลย แต่เราก็เข้าใจนะว่ายาวไปก็อ่านกันไม่ไหว แต่ถ้าหลาย Entry ไปก็กลัวมากไปเหมือนกัน เอาเป็นว่าเราจะพยายามเขียนให้สมดุลที่สุดละนะ
คราวที่แล้วเราเขียนอะไรไปแล้วละ
1.คุณสมบัติของคอสเพลย์เยอร์
2.ค่านิยมเน้นถ่ายหน้าตาและคนดังมากไป ...ตรงนี้เราขอย้ำนะครับว่า ภาษาไทยที่เราใช้เราใช้คำว่า "เน้นมากไป" ไม่ใช่ "ถ่ายแต่" นะครับ เพราะว่าจะบอกว่า ตากล้องไม่ถ่ายคนหน้าตาไม่ดีเลยก็คงไม่ใช่ เพียงแต่อย่างที่บอกอะครับ รู้อยู่กันดีอยู่แล้วละนะ
และที่สำคัญก็ หลังจากที่เราตั้งสมการว่า ค่านิยม มันไม่ควรเป็น คนหน้าตาดี = คอสเพลย์เยอร์ที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่า คนหน้าตาดี = คอสเพลย์เยอร์ไม่ดี นะครับ เพราะคนหน้าตาดี คนดังก็คอสดีมากมาย เช่นกัน
(คือเราอยากให้อย่าตีความที่มันซื่อตรงไปนะ ถ้าต้องคอยเจาะมากๆก็เขียนไม่ไหวเหมือนกัน 555)
3.ตากล้อง .....เราลองย้อนไปอ่านแล้วไม่ได้เจาะเลยแฮะ เราสรุปคร่าวๆเลยนะว่า ...มีคนถามเราว่า คุณสมบัติของการเป็นตากล้องคอสเพลย์คืออะไร? เราคิดว่ามันไม่ใช่แค่ถ่ายเก่ง กล้องแพงหรอก......เรามองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ้าคุณอยากเรียกตัวเองว่าเป็นตากล้องคอสเพลย์ คุณก็ควรที่จะอย่างน้อย ศึกษา เข้าใจ ถึงรูปแบบ วัฒนธรรมต่างๆ ของคอสเพลย์ หรือจะใช้คำว่า รู้ว่าควรจะถ่ายคอสเพลย์ยังไงให้ออกมาเป็นคอสเพลย์ ...เคยเห็นตากล้องที่เค้าชอบส่องนกไหม...เอาเข้าจริง พวกเราทุกคนก็ถ่ายนกได้จริงไหม นกกระจิบเกาะหลังคาบ้านพวกเรายกกล้องถ่ายก็ได้...แต่สำหรับคนที่จะถ่ายนกจริงๆจังๆแล้ว เค้าก็ต้องศึกษาว่านกพันธ์อะไร มีถิ่นที่อยู่ยังไง บลาๆเลย
เรายกตัวอย่างก็ เหมือนมีคนๆหนึ่งคอสเบียคุยะ จาก Bleach ละกัน
ตากล้อง A ถ่ายคนคอส โดยขอให้คนคอสทำท่ามือล้วงกระเป๋า ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ๆ สไตล์นายแบบ
ตากล้อง B ถ่ายคนคอส โดยขอให้ทำท่ายกดาบ ให้เหมือนกะว่ากำลังจะปล่อยเซมบงซากุระ
ใครๆก็ถ่ายคอสเพลย์ได้ถ้ามีกล้อง แต่คิดว่ารูปของใครน่าจะสื่อความเป็นคอสเพลย์ได้มากกว่ากัน
เรามองว่า ถ้าตากล้องพยายามที่จะเข้าใจถึงความเป็นคอสเพลย์ เข้าใจคอสเพลย์เยอร์ ....ปัญหาบางอย่างไม่ต้องมานั่งถกกันเลย (ยิ่งถ้าตากล้องไปลองคอสเพลย์ดูบ้างสิ จะได้รู้ว่าการอยู่หน้ากล้อง มันมีอะไรแตกต่างจากหลังกล้องดู)
ถ้าตากล้องคนไหนลองคอส ใส่ชุดเท่อลังการที่อุตส่าห์ทำมา ด้วยความที่คุณหน้าตาดี..มีแต่ตากล้องซูมหน้า คุณก็จะรู้เองว่า อ้าว แล้วกรูจะใส่ชุดคอสทำไมเนี่ย ถ้าจะถ่ายแต่หน้ากรู
เพราะฉะนั้นจะผิดไหมถ้าเราจะบอกว่า หากคนไหนเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่ดี ก็จะมีคุณสมบัติที่จะถ่ายรูปคอสเพลย์ได้ดีเช่นกัน เพราะเค้าเข้าใจ เพราะฉะนั้น การที่เราเห็นคนคอสเพลย์วิ่งถือกล้องคอมแพคในงาน เราคิดว่า แม้ความสวยจะสู้กล้องแพงๆไม่ได้ ฝีมืออาจะจะเฉยๆ ....แต่บางทีรูปของเค้าอาจจะดีกว่าในแง่คอสเพลย์ก็ได้ มันอาจจะมีวิญญาณของความเป็นคอสเพลย์มากกว่า
นั่นแปลว่า ยิ่งถ้าคนไหนที่ถ่ายรูปเก่ง เป็นตากล้องอยู่แล้ว แล้วได้พยายามศึกษาลักษณะคอสเพลย์ เราว่ารูปคุณจะยิ่งกว่าคำว่าสวยอีก เพราะมันจะมีคุณค่าเข้ามาด้วยยังไง
ตรงนี้สั้นๆละกันนะ เพราะเราเจาะไปที่หัวใจแล้ว ส่วนพวกนิสัยตากล้องที่ชอบทำตัวไม่ดีก็มี ตรงนี้ก็อย่างที่บอกอะครับว่า ก็ต้องศึกษาคอสเพลย์เยอร์ด้วย ....โจทย์ง่ายๆเลยว่า คอสเพลย์เยอร์ส่วนมากก็ยังเด็กหรือวัยรุ่นผู้หญิง ไม่ใช่พริตตี้ จะไปถูกเนื้อต้องตัวมากไปมันก็ไม่สมควร .....เนี่ย -w- ถึงได้บอกว่า ถ้าตากล้องคิดจะพยายามทำความเข้าใจ ไม่ใช่สักแต่ถ่ายๆๆสักหน่อยก็คงจะดี
4.วงจรของงานคอส ....ที่ว่ากิจกรรมไม่มี มี บลาๆ...ตรงนี้ดีไม่ดีอาจจะต้องยกไปเป็นอีกตอนเลยด้วยซ้ำ เพราะว่า เราเองได้พบปะกะผู้จัดหลากหลายเจ้ามาก ทำให้ได้รู้และเข้าใจ ได้เห็นอะไรต่างๆพอควร แถมเรื่องของงาน แม้จะเกี่ยวกะคนคอส แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวโดยตรงมากนัก
แต่เราขอย้ำเลยนะว่า ไม่มีงานไหนที่จัดงานคอสโดยไม่หวังผลตอบแทน...ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลยนะตรงนี้ เพราะผู้จัดไม่ใช่นักบุญที่อยู่ๆจะมาจัดงานคอสฟรีๆ สิ่งสำคัญคือ แล้วงานได้ให้อะไรกับคอสเพลย์ที่มางานหรือเปล่า แฟร์ๆหรือเปล่า ประมาณนั้นนะครับ ตรงนี้เราขอยกไปก่อนละกัน
5.ระบบการประกวดคอสเพลย์ : ก็อย่างที่เราเขียนไปนะครับ คงไม่เจาะอะไรเพิ่ม
---------------------
ทีนี้ เราบอกก่อนว่า ถ้าจะให้เอาสนิมทุกตัวมาเขียน ก็คงไม่ไหว มึนแน่ๆ 555 ก็จะพยายามยกแต่อะไรที่สำคัญ
พูดถึงธุรกิจ ว่าไป...มีใครเคยคิดไหมว่า สังคมคอส เป็นอะไรที่น่าทำธุรกิจมาก .... และที่เห็นได้ชัดเจนตอนนี้คือ กองทัพร้านขายออปที่โผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
เราขอย้ำตรงนี้เลยนะว่า แม้เราจะมีจุดยืนสนับสนุนการทำกันเอง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะขัดขวางหรือรังเกียจการค้าขายอะไรตรงนี้ แต่เรากำลังมองในแง่ว่า อะไรที่มันมากไป มันก็ทำให้สมดุลเสีย
ทำให้เรานึกถึงเรื่องหนึ่งที่เราคุยกะเพื่อนๆ ว่า เด็กคอสสมัยนี้สบายจนสปอย...ถ้าเทียบกะว่าสมัยก่อน ถ้าสมมุติคุณจะคอสเพลย์ออกงานสักงาน
คุณต้องพยายามหา หรือเข้าหาคอสเพลย์เยอร์ถามว่างานจะมีเมื่อไร แล้วจะทำออปยังไง ไปซื้อผ้าที่ไหน ผ้ามีอะไรบ้าง ใช้อะไรทำออป บลาๆๆ มากมาย เพราะแต่ละอย่างไม่มีตัวช่วยมาก แต่ละคนจึงต้องขวนขวาย เพื่อให้ได้สิ่งที่อยากได้มา และสิ่งเหล่านี้ก็บีบให้เกิดการสร้างสังคมขึ้นมา นาย A กะ B ไม่รู้ว่าตัดชุดยังไง แต่รู้ว่ามีงานวันไหน นาย C รู้ว่าตัดยังไง แต่ไม่รู้ว่ามีงานวันไหน ก็เลยได้มาคุยๆจนพบปะกัน บลาๆ
ปัจจุบัน คุณอยู่หน้าคอม เปิดเวปตารางงาน สั่งตัดชุดทาง MSN มีคนไปซื้อผ้าให้ ทำออปให้ คุณมีหน้าที่เดียวคือจ่ายตังค์...สมัยก่อนเวลาจะทำออป ประโยคจะขึ้นมาว่า "จะทำยังไง" แต่ปัจจุบันด้วยว่าร้านต่างๆมีมากมายทำให้มันกลายเป็น "จะซื้อร้านไหน"
จะเห็นว่าอะไรที่สบายไปก็ทำลายเราไม่รู้ตัวเหมือนกัน เอาเข้าจริงยังจะเจาะไปที่ว่า ทำไมนับวันสังคมเหมือนต่างฝ่ายต่างอยู่ ...ก็จะเห็นละว่า การจะคอสสมัยนี้อยู่หน้าคอมอย่างเดียวก็ทำอะไรได้เยอะละ ไม่มีความจำเป็นต้องไปเข้าหาสังคมอะไรมากมาย บวกกะยุคนี้เป็นยุคของ Multiply Blog ต่างๆ ยิ่งส่งเสริมความเป็น ปัจเจกบุคคล อย่าใช้คำว่า อ้าว เราก็มี MSN Blog ติดต่อสื่อสารกัน .....อย่าเทียบอะไรพวกนี้ กะการได้เจอกัน นั่งคุยกัน พบปะกันเลย อะไรหลายๆอย่างต่างกันมาก (แต่ถ้าพบปะกันในกลุ่มแต่ละคน คงมีกันอยู่แล้วละ)
เราจึงมองว่า สมัยนี้ คอสเพลย์มันสำเร็จรูปไปหมดจริงๆ
แล้วอะไรที่มันสำเร็จรูปมากไป...คุณค่ามันก็หายไป....ลองคิดถึงสมมุติว่าคนคอส 100 คน ซื้อชุด ซื้อออป จากร้านเดียวกันหมด หูแมวนี่เหมือนกันเป๊ะ ...หวาย คอสเพลย์ Mass Product ....ชุดต่างๆก็เหมือนกันหมด ไม่ได้มีคุณค่าว่า ตรงนี้ชั้นทำเองนะ ตรงนี้ชั้นลำบากมากกว่าจะทำได้ บลาๆ....
เรากำลังมองว่า ตรงนี้เราไม่รู้จะแก้ไขยังไง...จะบอกบรรดาร้านรับตัดว่า เฮ้ย ปิดร้านไปซะ มันก็ไม่แฟร์ใช่ไหม เพราะถามว่าเป็นความผิดร้านไหม ก็ต้องบอกว่าไม่
เรามองว่า มันเป็นส่วนลึกที่จิตใต้สำนึกของคอสเพลย์เยอร์แต่ละคน ที่ควรจะมองตัวเองว่า มีคุณสมบัติการเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่ควรมีไหม
แค่ว่า สัก 85% ละกันหรืออาจจะมากกว่า คอสเพลย์เยอร์เมืองไทยตัดชุดไม่เป็น ในขณะที่ต่างประเทศเค้าถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ควรมี ตรงนี้ก็ทำเอาแอบเชิดหน้าชูตาไม่ขึ้นนะ
เราเองก็ตัดชุดไม่เป็น ก็จ้างป้าๆตัดนี่แหละ ...แต่สิ่งสำคัญคือ อย่างน้อยก็ควรจะทำอะไรเองด้วยตัวเองสักหน่อยก็ยังดี ยิ่งถ้าทำได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งรู้สึกดีกับการคอสเพลย์นั้นๆนะจะบอกให้ ...คุณจะดีใจแทบน้ำตาไหลเลยถ้าชุดที่คุณทำมาอย่างอยากลำบากมันสำเร็จ ..แต่คุณจะเฉยๆกะมันมากถ้าคุณแค่ซื้อๆๆๆแล้วใส่
คุณจะไม่รับรู้คุณค่าของการคอสเพลย์.....แต่ก็ไม่แน่นะ เราอาจจะพูดแบบหัวโบราณก็ได้ เดี๋ยวนี้ใครเค้าจะมาสนตรงนี้ละ สำคัญว่าชั้นต้องถูกถ่ายมากที่สุด ต้องดังให้ได้ ต้องได้เกาะคนดัง~
แต่อีกประเด็นที่ขอย้ำเสริมคือ การคอสเพลย์ที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่า คุณต้องทุ่มตังค์ .... คุณค่าของคอสไม่ใช่ ชุดต้องสวยที่สุด แพงที่สุด ....แต่เป็น เข้าถึงความเป็นตัวละครที่เราเลียนแบบมากที่สุด ซึ่งโอเค ถ้าเราดันอยากคอสตัวอลังการมันก็ต้องใช้เงินมาก แต่อย่างน้อยก็ควรคำนึงถึงฐานะของตนเองด้วย
เราเองก็มีความชอบมากมาย อลังการล้านแปด แต่ถ้าถามว่า จำเป็นต้องคอสหมดไหม ก็ต้องบอกว่าไม่ เพราะมันก็มากเกินไป
เพราะฉะนั้น ตรงนี้ชอให้คำนึงมากๆนะครับ และจะบอกว่า ยิ่งชุดคอสคุณแพงเท่าไร = สายตาคนอื่นมองลบยิ่งขึ้น
คนอื่นในทีนี้ เราหมายถึงคนนอกเลยนะ ทุกวันนี้คนนอกมองเราด้วยสายตาว่า ไร้สาระไม่เห็นมีอะไรเลย ฟุ่มเฟือยชุดมากมายเพื่อแค่มาถ่ายรูปในงาน
ก็จริง =w= เราก็ไม่อยากเถียง เพราะพวกเราก็เป็นกันซะงั้นจริงๆ....หรือจะใช้คำว่า คอสเพลย์จริงๆมันมีดี แต่พวกเราดันเน้นค่านิยมบางอย่างมากไป จนคนภายนอกเค้าเห็นแต่ค่านิยมนั้น
เพราะฉะนั้น ที่หลายๆคนมักจะโกรธที่คนนอกมองคอสเพลย์ไม่ดี ไม่ต้องโกรธอะครับ กลับมานั่งคิดดีกว่าว่า "เพราะอะไร คนนอกถึงมองเราอย่างนั้น"
กลับมาที่เรื่องการใช้ตังค์ต่อ .....กลับกัน เวลาคุณเห็นบางคนเอาวัสุดเหลือใช้บ้าง วัสดุรอบตัวบ้างมาทำออป ...เวลาคุณเห็น โอเคมันอาจจะไม่สวย แต่มันจะทำให้รู้สึกว่า เอ้อ สร้างสรรแฮะ ไอเดียดีแฮะ เราว่าคนนอกมองตรงนี้ ก็ยังแอบรู้สึกเลยว่า เฮ้ย เด็กพวกนี้เก๋วุ้ย เอารอบๆตัวมาทำ
ชุดแพงนะมันมาจากตังค์ ชุดสร้างสรรมันมาจากสมอง
เฮ้อ เหนื่อย 5 บรรทัดพักสายตา
.
.
.
.
.
และก็มาถึงจุดที่สำคัญที่สุดที่เราจะรวบไว้ด้วยกัน .....มันดูจะวนเป็นลูปนะ เพราะเมื่อเราโยงปัญหาไปเรื่อยๆแล้ว มันก็จะวนกลับมาที่ฐานรากของมัน
ถ้าต้นไม้ต้นหนึ่ง ถูกดูแลอย่างดี รากแข็งแรง ต่อให้มีพายุพัดเข้าใส่แค่ไหน มันก็มีรากฐานยึดแน่น ...หากคนดูแลไม่ดี พายุพัดมาจนต้นไม้ล้มครืนไป เราจะโทษใคร โทษต้นไม้ โทษลมพายุ หรือโทษคนดูแล
ถ้าสังคมคอสเพลย์คือต้นไม้ ..คนที่ดูแลก็คือ คอสเพลย์เยอร์นี่แหละ ไม่ใช่ใครอื่น
คำนี้อาจจะแรงนะ แต่เราว่ามันตรง ...นั่นคือ "ที่คุณค่าของคอสเพลย์มันหายไป ก็เพราะมีแต่คอสเพลย์เยอร์ที่ไม่มีค่า" เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วก็จะเป็น คุณสมบัติคอสเพลย์เยอร์ดังนี้
1.ไม่เน้นชุด ขอให้ได้ใส่ ได้ถูกถ่ายเยอะๆก็พอ ไม่จำเป็นต้องดูคอสคนอื่นหรอก
2.ชุดก็ไปหาซื้อเอา ออปก็ซื้อมา ไม่ต้องลงแรงอะไร
3.ว่าไป ชั้นคอสตัวอะไรก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่ากระแสดี มีคนคอสแล้วดังชั้นเลยเอาด้วย
4.งานเป็นยังไงฉันไม่สน เค้าทำกิจกรรมมาอะไรก็ช่าง ชั้นแค่จะหามุมถ่ายรูป
5.เสาะหาคนดังว่ามาไหม มาเมื่อไรชั้นจะไปแจมทันที เวลากล้องมันถ่ายคนดังจะได้ติดชั้นเยอะๆ
ยินดีด้วยครับ คุณเป็นคอสเพลย์เยอร์สักแต่จะใส่ชุดเต็มรูปแบบ 'w'v กลวงสนิท ศิษย์สายหน้า
การคอสเพลย์จริงๆแล้วนะง่าย แค่มีชุดคอส ใครๆก็ใส่ได้ อาม่า อากง คุณป้า น้า อา ถ้าเราเอาชุดไปให้เค้าใส่ ก็ได้ละ ....แต่การจะเป็นคอสเพลย์เยอร์ที่มีคุณค่า มันมีอะไรมากกว่านั้น ที่แน่ๆก็ต้องมีความรักความชอบละ
โดนเราว่าไม่มีค่าแบบนี้ ไม่โกรธหรือ....ถ้าโกรธก็ดี ถ้ากระทบใจดำกันบ้างก็ดี แต่ระหว่าง คุณมาโกรธเราฟุดฟิดๆ กะคุณก็เลยตั้งใจโชว์ให้ดูซะเลยว่าชั้นก็มีค่าเหมือนกัน ตั้งใจคอสมากขึ้น อะไรมากขึ้น เพื่อตบหน้าเราให้หงาย .....เราจะยินดีอย่างหลังมากเลยนะ
และเมื่อคุณทำตัวไม่มีค่า พวกงานต่างๆ ตากล้องต่างๆ เค้าก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติคุณอะไรนักหนาหรอก ...ทำไมงานเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้คอสเพลย์ เพราะพวกเราเองดันไปแสดงให้เค้าเห็นแค่ว่า คอสเพลย์มีดีแค่ถ่ายรูป
ทำไมตากล้องถึงไม่คิดจะศึกษาว่าการถ่ายคอสเพลย์ควรเป็นยังไง ก็เพราะพวกเราก็ยินดีให้เค้าถ่ายแบบที่ไม่ใช่คอสเพลย์....จริงๆมันจะบอกว่า ตากล้องเค้าคงรู้หรอกว่าถ่ายคอสเป็นยังไง ถ้าคอสที่เค้าถ่ายยังไม่รู้ตัวเองเลยว่า กำลังคอสอะไร
นับวันร้านต่างๆที่ขายของก็มีมากขึ้น เพราะเค้าเห็นแล้วไงว่า พวกเราไม่ทำกันเองหรอก ...เดี๋ยวนี้แค่ใส่หูแมว ใส่แว่น เดี๋ยวก็มาถ่ายแล้ว 5555 ร้านต่างๆที่มี ไม่ใช่ว่าก็ไม่มีดีนะ แต่ยอมรับกันไหมว่าหลังๆก็มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมากเหมือนกัน
เนี่ย ปัญหามันก็วนไปมาอยู่แค่นี้ละ เราจะเน้นอยู่เสมอว่า เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล ไม่ว่าเหตุจะเล็กสักแค่ไหน มันก็จะมีผลเสมอ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่พวกเราทำไป เมื่อรวมกันแล้ว มันก็เกิดผลย้อนกลับเข้าใส่ยังงี้แหละ
เราคงจะขอข้ามพวกสนิมทั้งหลายแล้วละกันนะ เพราะไม่งั้นเนื้อความในตอนนี้ จะไม่พัฒนาต่อเลยจาก Entry ที่แล้ว ที่นี้มาถึงสิ่งที่ เราเจ็บปวดมากที่สุด
:::::::::::::::::::
พวกเรารู้ว่ามันมีปัญหา แต่พวกเราไม่ได้แก้ไขอะไร
น่าเสียดายว่าที่ผ่านๆมา ที่เราพยายามสู้นั้น มันเหมือน เปลวไฟดวงเล็กๆในสายลม ที่คนมองไม่ค่อยเห็น ...ทำไมเราถึงทำ Props&Ops ละ แค่ว่าเวลาไปงานเราไปถ่ายรูปงาน หลายๆคนก็จะเห็นว่า เราพยายามถ่ายอะไรที่มันมากกว่าแค่ คอสเพลย์เยอร์คนดัง เราพยายามเก็บให้ได้มากที่สุด คนคอส บรรยากาศงาน บลาๆ เป็นต้น
แต่เหมือนว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ .... เราเองเปลี่ยน แก้ไข อะไรไม่ได้ ด้วยตัวคนเดียว
เราเองก็เห็นหลายๆคนคอยตั้งกระทู้เรื่องพวกนี้มากมาย แต่สุดท้ายมันก็จบลงที่กระทู้นั้นตกหายไป....พวกเรารู้ว่ามีปัญหา แต่พวกเราไม่สามารถเข้าถึง step ที่เรียกว่า การแก้ปัญหาได้เลย
รู้ไหมแค่ประโยคนี้ เราว่าก็แทบเป็นไปไม่ได้ละ....การที่จะแก้ไขปัญหานั้น ต้องใช้ความร่วมมือกัน
.....รู้กันอยู่แก่ใจน้า ว่าสังคมเราตอนนี้ระดับสามัคคีมีแค่ไหนนะ อย่าให้พูดออกมาเลย~ ...มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกสังคมมันก็ไม่ได้แบบว่ากลมเกลียวอะไรนักหนาหรอก เพราะคนมันเยอะด้วย บลาๆ หลายๆองค์ประกอบ
พวกประเทศในยุโรปก็ใช่ว่าจะดีกันหนักหนา อังกฤษกะฝรั่งเศสก็ตีกันมาก่อน ....แต่ถึงเวลาแล้ว เค้ารวมกันสร้างอำนาจต่อรอง รวมเป็น EU ได้
อย่างเรื่องที่ว่า คุณสมบัติคอสเพลย์เยอร์เป็นยังไงนั้น จะให้เราบอกว่าบังคับทุกคนถ้าจะคอสเพลย์ต้องยังงั้นยังงู้นก็เกินไป เราไม่มีสิทธิหรอก ขึ้นอยู่กะว่าแต่ละคนเค้าจะคอสแบบไหน จุดประสงค์คืออะไร
แต่พวกเราสามารถเลือกที่จะชื่นชมคนเก่งๆได้ คอสเพลย์เยอร์ดีๆได้ พวกเราสามารถลดความสำคัญ ลดกระแสการคอสเพลย์หน้าตาดีต้องมาก่อนได้ ถ้าพวกเราช่วยกัน รณรงค์กัน แล้วกระแสค่านิยมจะเปลี่ยนตาม
.....แต่มันอุดมคติไป บอกตรงๆนะ เพราะฉะนั้น เรื่องคุณค่าของการเป็นคอสเพลย์เยอร์นั้น ไม่มีใครแก้ได้ ถ้าพวกเราไม่คิดจะคอสให้มีคุณค่าจริงๆ ....เนี่ย เริ่มจากตัวพวกเราก่อนให้ได้ก่อนก็ยากละ แต่คำว่ายากไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้ และอะไรที่มันทำได้ยาก มันก็แปลได้ว่ามีมีคุณค่าในการทำในตัวของมัน
มาถึงตรงนี้ เราก็จะบอกว่า เรามีทางแก้เรื่องงาน เพราะมันเป็นระบบ มันยังพอจับต้องได้
แต่เราไม่สามารถจับต้องค่านิยมต่างๆ คุณค่าต่างๆได้เลย
เรายกโจทย์มาเป็นอะไรให้พวกเราลองตอบเล่นๆกันในใจดูละกัน
1. ถ้าสมมุติมีไอดอลชื่อดังนาม กรู๊กกรี๊ก ( -w-"""") คอสไม่ได้เรื่องเท่าไร ถามว่าควรชื่นชมไหม
คำตอบของเราคือ : ก็ไม่ถึงกะว่าชื่นชมไม่ได้หรอก 555 แต่จะแบบว่า โหย พี่กรู๊กกรี๊ก หล่อโคตรๆ คอสโคตรเจ๋ง ถ่ายคอมโบ 150 ช๊อต...กะถ่ายรูปอีกคนที่ไม่ดัง แต่คอสดี 1 รูป แปะว่า "ก็คอสโอเคนะ"
เห็นภาพปะ
2. แล้วถ้าไอดอลคนนี้ ไม่ได้คอสมางาน แล้วจะถ่ายรูปได้ไหม
คำตอบของเราคือ : ถ่ายได้สิ ก็เป็นสิทธิของคุณที่จะถ่าย จริงไหม แต่ถ้าถ่ายแล้วแบบ "โหย พี่กรู๊กกรี๊ก สุดยอดมาก ไม่คอสมายังสุดยอดกว่าคอสที่มาในงานอีก โอย Inw" .....-w-"" เหงื่อตก
3. แล้วถ้ามีคนหนึ่ง หน้าตาไม่สวยเท่าไร แต่คอสออกมาเหมือน เราไม่อยากถ่ายอะ จะเป็นอะไรไหม
คำตอบของเราคือ : ก็เรื่องของคุณ สิทธิของคุณ จะถ่ายแต่คนสวยก็แล้วแต่คุณ แต่ยินดีด้วยนะว่า คุณพลาดที่จะได้ถ่ายคอสเพลย์ที่อุตส่าห์คอสออกมาได้เหมือนแล้ว
จากตัวอย่าง 3 ข้อจะเห็นว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช้ผิดถูก เป็นเรื่องของ สิทธิ ของแต่ละคนที่จะทำ แต่อย่างที่บอก ทำอะไรไป ก็ได้ผลตามนั้น ค่านิยมต่างๆมันก็เลยเป็นตามเหตุและผลนี่แหละ และพอมันมีคำว่า สิทธิของแต่ละคน นั้นแปลว่า ไม่มีใครจะยิ่นมือเข้าไปแก้ไขอะไรได้ นอกจากตัวคุณเอง
เราจะบอกให้นะว่า การแก้ไขแบบอุดมคติทำยังไง
1.คอสไม่ดีเราก็ไม่ชื่นชม คอสดีพวกเราก็ชื่นชม จบ : ไม่ต้องไปดูว่าดังไม่ดัง สวยไม่สวย ...ใครสวยใครดัง ใครไม่สวยใครไม่ดัง ถ้าคอสดีเราชื่นชม ใครสวยใครดัง ใครไม่สวยไม่ดัง คอสออกมาไม่ดี พวกเราก็ไม่ชื่นชม
นี่แหละ มันจะเป็นการเน้นค่านิยมที่คุณค่าแทน และลดค่านิยมเรื่องดังไม่ดังไปเลย เพราะมันไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปแล้ว จริงๆต่อไป ถ้าใครจะดังเพราะว่าเค้าคอสเพลย์แต่ละครั้งโคตรดี เราว่ามันก็ดีกว่าตอนนี้ ที่ใครจะดังด้วยหน้าตาอย่างเดียว จริงๆยิ่งเดี๋ยวนี้ ดังและหน้าตาดีได้ด้วย Photoshop -w- หน้าตาไม่เห็นจะเกี่ยวกะความสามารถในการคอสเลย
2.ถ่ายรูป
ตากล้อง : พยายามถ่ายให้เป็นคอสเพลย์ ให้มันมีเรื่องราวในความเป็นคอสเพลย์ อย่ามองว่า คอสเพลย์ที่ชั้นจะถ่ายต้องสวย น่ารักเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ คอสออกมาเหมือนไม่เหมือน
หยุดค่านิยมที่ว่า "ตากล้องถ่ายผู้หญิง ไม่ถ่ายผู้ชาย ต้องน่ารักและสวย และดัง" เน้นค่านิยม "ถ่ายคอสเพลย์ที่ดี คอสออกมาแล้วเหมือน"
คอสเพลย์ที่ถูกถ่าย : พยายามเก็กหรือแสดงออกให้เห็นถึงความชอบ หรือที่เรากำลังเลียนแบบ เช่น การยืน ท่าฟันดาบ บลาๆไป (แต่ตรงนี้ก็ไม่ได้แปลว่า คุณต้องถ่ายเก็ๆเสมอไปนะ รั่วก็ได้ 555 ตรงนี้มันขึ้นอยู่กะความพอดีนะ)
3.งานคอสเพลย์
จริงๆตรงนี้เรายังไม่ได้เจอะ แต่ลงทางแก้คร่าวๆละกัน
งานไหนไม่ดี พวกเราไม่ไป งานไหนดี พวกเราไป
หยุดความง่ายของพวกเรา งานที่จัดไม่ดีพอเห็นว่าคนไม่มา ก็จะบีบตัวเอง ผู้จัดคนไหนแค่สักแต่จะจัดก็จะหายไป ผู้จัดคนไหนอยากจัดจริงๆ ก็จะพยายามสร้างงานที่ดีขึ้น
สิ่งสำคัญคือ พวกเราต้องรู้ว่าอันไหนดีไม่ดี ....ถ้างานไหนดี แต่คนไม่ไป อันนี้ก็จะเกิดผลย้อนศรแทน
อันนี้ถามจริงๆเถอะนะ บางงานแค่เช่าห้อง เก็บค่าเข้างาน จัดงานกี่ครั้งๆก็เหมือนเดิม (แย่กว่าเดิมก็มีว่าไป) ไม่มีกิจกรรมอะไรเลย ...แต่พวกเราก็ไปกันอยู่ดี... เราแอบรู้สึกนะว่า ทำไมพวกเรารู้ทั้งรู้ว่า ไปเสียตังให้กะงานที่ไม่มีอะไร มันก็คือการส่งเสริมให้เค้ามองว่า "งานคอสจัดง่ายๆ โกยตังค์สบายๆ ก็แค่คำว่า CosplayOK"
4.เรื่องการซื้อขายชุดหรือทำออป
ก็ไม่ได้ถึงกะว่าห้ามซื้อ ต้องทำเองหมดชนิดที่ว่า ต้องหาผมปลอมมันทำวิกผมเอง ....แต่อย่างน้อย ขอให้มีอะไรสักอย่างในตัวเองที่คอสออกไป แล้วเราภูมิใจว่า เราทำขึ้นมาเอง (ไม่ใช่แค่ บอกว่า นี่ไง ชั้นทาเล็บนะเฮ้ย -w-")
นี่ก็คร่าวๆละกัน ซึ่งก็จะเห็นว่า มันเป็นเรอื่งของความร่วมมือจริงๆ ซึ่งเราเลยมองว่า ....ถ้าจะยากแฮะ
แต่นี่ก็แค่คร่าวๆเท่านั้น เพราะเรายังไม่ได้พูดถึงวิธีการในเชิงลึกเลย
.
.
.
.
.
ถ้าถามว่า ถ้าเราพูดทั้งหมดเรื่องจริงๆได้ 5-6 ชั่วโมง ...ที่เราเขียน Entry นี้ก็สัก 45 นาทีที่เราพูดละมั้ง 5555 จริงๆเรามีอีกหลายอย่างมากๆๆๆๆที่อยากจะบอก (จัดสัมมนาให้เราไปพูดเลยดีกว่า กร๊าก) แต่พอเขียนแล้ว มันออกมาไม่เร็วเท่าพูด ทำให้ความคิดเรามันเลยสะดุดๆเป็นระยะๆ ก็เลยเหมือนว่า จะตกหล่นในหลายๆจุดไป
ก็ดูแล้ว Entry นี้ดูจะ แค่ขยายความและสรุป Entry ที่แล้วและเกริ่นนิดๆไปสู่การแก้ไข แค่นี้ก็แอบยาวอีกละแต่เหมือนจะไม่ยาวเท่าอันแรก อันนั้นแอบโพละแตกไปหน่อย 55 จริงๆแล้ว ถ้าอยู่ๆมาเขียนเลย เราเขียนเรียบเรียงยาก แต่ถ้าเป็นมาเป็นคำถามเช่น "คุณกิ๊กคิดว่าคอสเพลย์เยอร์คืออะไร" "ตากล้องคอสเพลย์คือยังไง" เราจะตอบได้ชัดเจนนะ (เหมือนว่ามีสโคปขอบเขตที่เราจะตอบได้)
ก็ถ้ายังไง ใครมีสิ่งที่ติดค้างในใจ แล้วอยากรู้ว่าเรามีความคิดเห็นยังไง ก็ลองถามดูๆนะครับ จริงๆ Entry หน้า เราอยากจะมีส่วนที่ ถามมา ตอบไปดู ...บางทีการถามและตอบมันก็พัฒนาไปสู่เนื้อหาที่ลึกกว่าได้เหมือนกัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ

Googgig
*ขอบคุณคุณ penz นะครับที่แนะคำศัพท์มาให้นะครับ

เอาซาลาเปาไปกินก่อน ไปธุระ...
รายละเอียดของชุดมันก็ต้องแบบว่าสวย เหมือนต้นแบบ หรือใกล้เคียงที่สุด
ปล.กระทู้นี้พลีชีพเเน่ๆ
#1 By Q(^_^)9 on 2008-01-16 10:22