สนิมแห่งสังคมคอสเพลย์ #3
posted on 20 Jan 2008 20:40 by googgig in Not-Good-Thingsก่อนอื่นขออนุญาตตอบ(อย่างดีๆ)กับ #49 ที่ Entry ที่แล้วนะครับ
ถ้ายกตัวอย่างเปรียบเทียบง่ายๆก็
นาย A จะคอสคลาวด์ จ้างทำออป จ้างทำชุด จ้างซื้อผ้า แต่งมางาน
นาย B จะคอสคลาวด์ ทำออปเอง จ้างตัดชุด ซื้อผ้าเอง แต่งมางาน
นาย C จะคอสคลาวด์ ทำออปเอง ทำชุดเอง ซื้อผ้าเอง แต่งมางาน
ถ้าถามว่าทั้ง 3 คนคอสไหม ก็ต้องบอกว่าคอส แต่ถามว่า น่าชื่นชมเท่ากันไหม? ....ผมคิดว่าตรงนี้มันเห็นชัดเจนนะครับ
ส่วนที่ว่าไม่มีเวลานั้น ก็...ผมก็คงต้องยกตัวเองเป็นหลักเลยมาได้เลยว่า ผมเองก็คอสน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างที่หลายๆคนเห็น ผมเคยถามตัวเองนะครับว่า ระหว่างเนียนคอสง่ายๆไปงานทุกงาน กะพยายามทุ่มเต็มที่ในการคอส แม้ว่าจะทำให้คอสได้ไม่บ่อย ผมจะเลือกแบบไหน
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคอสง่ายมาก แทบไม่ได้ทำออปอะไรเลย ..ทั้งๆที่ได้คอสบ่อยแท้ๆ แต่ทำไมไม่รู้ เหมือนว่า ไม่มีความรู้สึกร่วมในการคอสเท่าเมื่อก่อน...แต่ก็ไม่ได้บอกว่า อะไรที่คอสง่ายๆไม่ใช่คอสพลย์นะครับ เพียงแต่ หากสมมุติต้นแบบจริงๆมันยาก แต่ผมตัดทอนรายละเอียดมากมายไป เพื่อแค่ได้คอสบ่อยๆ ผมคิดว่าตัวผมเองก็คงไม่รู้สึกดีเท่ากับได้ตั้งใจคอสจริงๆแน่ๆ
ก็ประมาณนี้นะครับ จริงๆหลักตรงนี้มันก็แล้วแต่แต่ละคน อย่างที่ผมเน้นมากๆๆๆๆๆๆ กลับไปอ่านได้เลยว่า ผมเขียนว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ "ผิดถูก" แต่เป็นเรื่องของ "มากเกินไป"
ถ้าไม่มีเวลา แต่ฝืนทำออป ฝืนทำชุด จนสุขภาพเสีย การงานเสีย มันก็คือมากเกินไปใช่ไหม
ถ้ามีเวลามากมาย มีเวลาทำออป ตัดชุด ทำรายละเอียด แต่ขี้เกียจ ให้คนอื่นๆทำหมด มันก็คือ ไม่ทำอะไรด้วยตนเองมากเกินไปเช่นกัน
นั่นคือผมกำลังพูดถึงหลักของ "สมดุล" ที่ผ่านๆมา เรา (กำลังคิดว่า ทำไมเดี๋ยวแทนตัวว่าเรา เดี๋ยวว่าผม 555) ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า เคสไหน ควรแค่ไหน ยังไง เพราะมันละเอียดเกินไป มันแล้วแต่แต่ละคน แต่ที่เรากล้าพุด ณ วันนี้แน่ๆคือ เมื่อมองภาพรวมแล้ว สมดุลระหว่าง "คอสเพลย์ที่ควรค่าแก่การเรียกว่าคอสจริงๆ" กะ "แม่งเนียนชุดอะไรวะเนี่ย" สมดุลมันเป็นยังไง รู้อยู่แก่ใจกันดี
ส่วนที่ว่าสนุกนั้นเป็นจุดสูงสุดของการคอสนั้น เราก็ไม่เถียงนะ 555 แต่เรามองในอีกมุมที่ว่า สนุกนี่น่าจะเป็นอะไรที่แบบว่าคอสเพลย์ต้องมีเป็นพื้นฐานแล้วหรือเปล่า เพราะถ้าคอสไม่สนุก จะคอสทำไม?
กลับกันเรายกตัวอย่างได้ว่า แล้วพวกคอสแบบเนียนง่ายๆ ใส่หูแมว ถามว่าคอสอะไรก็ไม่รู้ว่าคอสอะไร....ถามว่าเค้าไปงานสนุกกะงานไหม ก็ต้องตอบว่า สนุกแน่ ....เห็นแล้วใช่ไหมฮะว่า ไม่ว่าจะคอสดีหรือไม่ดี มันก็สนุกเหมือนกันได้ เพราะฉะนั้น หากเรานำเอาความสนุกไปเป็นสูงสุดละก็ ....ทุกคนในงานถึงจุดสูงสุดหมดแล้ว ตั้งแต่หางแมวยันอลังการงานหรู
เพราะฉะนั้น เราจะบอกว่า ความสนุกนั้น สำคัญมากในการคอส แต่ไม่ใช่จุดสูงสุดแน่นอน
เพราะหากมองตรงๆแล้ว หากคอสเพลย์คือ การแต่งกายเลียนแบบสิ่งที่เราชอบ ...จุดสูงสุดก็น่าจะเป็น การแต่งกายตัวที่เรารัก เราชอบ ได้เหมือนทั้งชุด ออป กิริยา ท่าทาง บลาๆ มากมายจนคนอุทานออกมาว่า "แม่ง ยังกะกระโดดออกมาจากเรื่องแม่ง" ประมาณนั้น
เราก็ขอตอบคร่าวๆประมาณนี้ละกันนะครับ
เราขอย้ำนะครับว่า ทุกประเด็นที่ผ่านมานั้นคือ "ไม่ใช่เรื่องผิดถูก แต่เป็น เรื่องของมากเกินไป"
และขอย้ำอีกนิดว่า ประเด็นที่ว่า เขียนยาวนั้น ไม่สำคัญที่ "คนอ่านอ่านไม่ไหวเท่าไรหรอก" แต่เป็น "คนเขียนเขียนไม่ไหวต่างหาก" 5555 เราบอกก่อนเลยนะว่า อย่าหวังอะไรกะ ไม่กี่ Entry ของคนๆหนึ่ง ที่จะสามารถเขียนทุกๆอย่างในสังคมนี้ได้หมด เราเองก็มีส่วนที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัสกับบางส่วนของสังคมนี้มากมาย
เราอยากจะยกตัวอย่างว่า เหมือนพวกเราอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งถนนนั้นสกปรกมาก ขยะมากมาย ....หลายๆคนได้แต่รอว่า เมื่อไรจะมีใครมากวาดขยะออกไป เมื่อไรคนกวาดจะมา...ทั้งที่ความจริง แค่แต่ละคนออกมากวาดทิ้งเฉพาะส่วนของหน้าบ้านตัวเองพร้อมกันทุกคน รับรอง หมู่บ้านสะอาดขึ้นทันตาแน่ ไม่ต้องไปกวาดถึงบ้านคนอื่นหรอก แค่นี้ก็ช่วยอะไรต่างๆได้เยอะละ
ถ้าเทียบกะคอสแล้ว แต่ละคนแค่ตั้งใจคอสออกมาดีๆแต่ละคน รับรอง ไปงานคราวหน้า จะเห็นความแตกต่างแน่นอน ถ้าหลายๆคนแค่ตั้งใจกับตัวเอง นี่ไม่เฉพาะกับคนคอสนะ คนทั้งหมดในสังคมนี้แหละนะ
โอเค เราก็เกริ่นมาพอควรละ
หลังจากที่
ตอน 1 : ชี้สนิมทั่วๆไป
ตอน 2 : เจาะไปที่สนิมตัวสำคัญ และแนะทางแก้แบบอุดมคติ
สำหรับตอนนี้นั้น เราจะเจาะลงไปถึงเรื่องงานคอสเพลย์ละนะ สาเหตุที่เราต้องยกมาเป็นตอนใหม่นั้น เพราะว่า มันเป็นเรื่องที่ค่อนขว้างกว้าง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนภายนอกสังคมมาก และที่สำคัญคือ "เป็นเรื่องที่กว้างมากชนิดที่ว่า เราเขียนเท่าไรก็ไม่พอ" (จริงๆจะบอกว่า เป็นอะไรที่คงเขียนไม่ดีเท่าเดิมด้วย เพราะเรื่องเยอะ" สำหรับสนิมต่างๆที่เกี่ยวกับคอสเพลย์เยอร์จริงๆยังมีอีกมาก 555 แต่หากเรามัวอต่เจาะ เรื่องราวคงไม่ไปไหนพอดี เราเองก็ไม่ได้เน้นว่า "ต้อยขจัดคอสไม่ดีให้หมดไป" เราแค่ต้องการว่า "ส่งเสริมคอสดีๆขึ้นมาบ้าง" เท่านั้นเอง เอาเป็นว่า แค่ที่เขียนใน Entry ที่ผ่านมา เราหากหลายๆคนเอาไปพิจารณาอะไรต่างๆแล้ว เราเชื่อว่า ก็แทบไม่ต้องไปเจอะสนิมอะไรมากมายละ เพราะก็ไม่จำเป็นว่า คมดาบนี้ต้องไร้ซึ่งที่ติเลย มันก็ Perfect ไป
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า เราในฐานะคนทำตารางงานนั้น อย่างหนึ่งที่เป็นทั้งข้อเสียและดี ในตัวคือ การที่เรารู้จักกับผู้จัดงานหลากหลายเจ้ามาก จึงได้เห็นถึงมุมมองในฐานะคนจัดงานอีกด้วย และรวมไปถึงได้เห็นรายละเอียดงานมากมายผ่านเข้ามาในหัวเรา เรียกได้ว่า หลายๆคนที่ชอบถามว่า เอ งานตอนนั้นชื่ออะไร เราแทบจะตอบได้หมดว่าชื่องานอะไร 555
ก่อนอื่น เราต้องมาเจาะกันตั้งแต่นิยามก่อนเลย เพราะแค่นิยามนี่ก็ถือว่ามีปัญหาแต่ต้นละว่า "งานคอสเพลย์คืออะไร" ถามง่าย แต่ตอบยากมากๆนะ เพราะเรายังหาจุดที่ควรเป็นไม่เจอเลย ..คำตอบพื้นๆก็แน่ละ งานที่อนุญาตหรือเชิญชวนให้คอสเพลย์แต่งไปงานได้
งั้น งานเปิดตัวรถยนตร์ยี่ห้อหนึ่ง เชิญชวนน้องคอสเพลย์ ร่วมงานเปิดตัวรถในคอนเสป "เด็กไทย ใจซิ่งแบบญี่ปุ่น" CosplayOK
ถามจริงๆเหอะ ....อยากนับเป็นงานคอสเหรอ?
จริงๆตอนนี้ คำศัพท์ที่เราเซ็งที่สุดคือคำว่า CosplayOk....มันค่อนข้างมีความหมายกว้างมากจนมันเหมือนกะว่า อะไรก็ได้ถ้ามี CosplayOK มันก็คืองานคอสละ ต่อไปเราทำบุญเลี้ยงบ้าน เราติดคำว่า CosplayOK ก็คงได้ละมั้ง ....แต่ที่แย่กว่าเข้าไปอีกคือ คนคอสก็ยังไปกันเรื่อยๆ ทำให้ผู้จัดก็ยิ่งได้ใจกับคำว่า CosplayOk ไม่ต้องคิดกิจกรรมสำหรับคอส ไม่ต้องมีอะไรให้กะคอส ขอแค่ CosOK ก็เป็นงานคอสแล้ว
เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไมบางงานผู้จัดห่วยมาก แต่ก็จัดมาเรื่อยๆ ...ก็เพราะ CosplayOK นี่แหละ
เพราะฉะนั้น การหานิยามคำว่า งานคอสเพลย์ นั้นยากเหลือ ...บางคนก็มองว่า จริงๆมันไม่มีด้วยซ้ำ มันมีแค่งานโดจิน งานการ์ตูน งานโคฟ งานเกม ฯลฯ แต่ไม่มีงานคอสเพลย์ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนะครับ
เพราะเรามองว่า ในเมื่อยังหานิยามไม่ได้ชัด ก็คงต้องไปเน้นที่ "จุดประสงค์ของงานที่จะจัดมากกว่า"
เราบอกก่อนเลยว่า ทุกงานล้วนมีเหตุผลในการเชิญชวนคอสไปงานเพื่อดึงดูดคน ....ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะผู้จัดไม่ใช่ต้องทำกุศล ลงทุนเงินมากมายโดยไม่หวังอะไรกะคอสเพลย์เลย
แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องมองให้ทะลุให้ได้ว่า งานๆนั้น มีจุดประสงค์ที่ให้เกียรติคอสเพลย์ มากน้อยแค่ไหน
อย่างตัวอย่างที่เรายกด้านบนไป ....ก็มีหลายงานเห็นๆกันอยู่ว่า คิดจะหลอกให้คนคอสไปเป็นสีสันงานเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่เกี่ยวกะคอสเพลย์เท่าไร
นี่แหละคือที่เราอยากจะบอก ไม่มีงานไหนบอกตรงๆมาหรอกว่า "งานผมอยากให้คอสมาเยอะๆ งานจะได้ดึงดูด แต่ไม่มีกิจกรรมอะไรให้คอสหรอกนะจ๊ะ" เค้าก็ต้องโปรโมทงานให้ฟังดูดีเป็นหลักไว้ก่อน
บางงานเก็บเงินเข้างาน แต่ไม่มีกิจกรรมอะไรเลยสักกะอย่าง...แต่พวกเราก็แห่ไปกัน ยังงี้ผู้จัดมันก็ยิ่งได้ใจสิ
แต่พอเรามองเชิงลึกแล้ว เรามองว่าคอสเพลย์เยอร์ไม่ได้สนด้วยซ้ำว่างานที่เราไปมันดีหรือไม่ดี ก็แค่ชั้นอยากคอส อยากไปงานถ่ายรูป
ผู้จัดก็จัดห่วยๆไป ไม่มีอะไรให้ทำ
คนคอสก็คอสไป ถ่ายรูปไม่ได้ทำอะไร
-w-
อย่างที่เราเขียนไปตอนก่อนๆว่า มันเป็นวงจรอุบาทว์ นับวันผู้จัดกะคนคอสยิ่งห่างกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เวลางานมีกิจกรรม คนคอสไม่สนใจเอาแต่ถ่ายรูป แล้วผู้จัดที่ไหนมันจะอยากจัด
พองานจัดห่วยๆ คนคอสแห่กันไป กลับมาก็บ่นๆ เฮ้อ งานไม่มีอะไรเลย งานห่วยมาก บลาๆ .....วนกันอยู่แค่นี้แหละ และวงจรที่อาจจะยิ่งแย่กว่าคือ หากมีงานๆหนึ่งตั้งใจจัดจริงๆละ?...แต่คนไม่คอสไม่ไป หรือไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในงาน
เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถือเป็นวงจรที่ค่อนข้างน่าห่วงสำหรับเรานะ แต่ถามว่าเราเองก็ได้คิดถึงระบบที่จะแก้ลำเหมือนกัน
ถึงแม้จะมีคนคอสมากมายบ่นว่างานไม่มีอะไร แต่ตราบใดที่คนก็ยังไปงานที่ไม่มีอะไรนี้ ผู้จัดงานก็ถือว่า "งานระดับนี้พอแล้วสำหรับพวกคุณ"
นี่เฉพาะประเด็นนิยามงานคอสเพลย์ละนะ
อย่างที่บอกว่า ด้วยความที่เรื่องมันกว้างมาก ...แต่โดยหลักแล้ว มันก็จะไปเกี่ยวกะวิธีจัดงานซะมากกว่า ซึ่งถ้ามอง Entry นี้ในฐานะคนไปงาน เรามองว่า คงจะไม่ตรงเป้าหมายสักเท่าไร
เราจึงจะขอเข้าถึง โครงสร้างระบบที่เราเคยคิดจะทำ ....แต่เราตอนนี้ว่าตรงๆคือไม่กล้า 5555
ในส่วนนี้จะเป็นส่วนไอเดียระบบแก้วงจรเท่าที่พอเป็นไปได้นะครับ บอกเลยว่ายังมีจุดอ่อนในระบบนี้มาก แต่โดยทฤษฎีแล้ว ก็น่าจะพอไหวน่า
นั่นคือ Props&Ops Bridge
เราชอบเทียบง่ายๆว่า ทำไมวงการเทนนิสโลก แม่งมีแข่งมากมาย แต่ทำไมมันเป็นระบบระเบียบ ไม่ใช่ใครอยากจัดก็จัด ...ก็เพราะว่ามันมีองค์กร ATP ใช่ไหม
เราคงต้องยอมรับกันตรงเลยว่า "เราปล่อยให้คนที่ไม่เข้าใจคอสเพลย์มาจัดงาน" แต่ที่แย่กว่าคือ "เราเองก็ไปงานพวกนี้" 5555 ทั้งที่ความจริงแล้ว แค่ว่าคนคอสไม่ไปงานพวกนี้ รับรอง เดี๋ยวงานพวกนี้ก็หายไปเอง แต่ก็แน่ละว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนคอสจะรู้ว่างานไหนเป็นยังไงตราบใดที่ยังไม่ถึงงาน
แต่พวกเราง่ายไป เราปล่อยให้ใครก็ได้ที่มีตังค์จัดงานคอสเพลย์ได้ ไม่ว่าจะรู้ว่ามันคอสเพลย์คืออะไรหรือไม่ก็ตาม
จากตรงนี้ คือโลกแห่งอุดมคตินะครับ
Props&Ops Bridge คือสะพานเชื่อมระหว่าง ผู้จัด และ คนไปงาน
เมื่อผู้จัดท่านใดที่ต้องการจัดงาน ต้องการจัดงานคอส แต่ไม่รู้ควรจัดยังไง ก็จะสามารถเข้ามาถาม มาปรึกษา bridge ได้ โดย Props&Ops จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ต่างๆนานา (จะบอกว่าในโลกความจริง เราก็ทำหน้าที่นี้อยู่ละ TwT) ในขณะเดียวกัน Props&Ops นอกจากจะให้คำปรึกษาต่างๆแล้ว ก็ยังจะส่งแบบสอบถามไปยังสมาชิกที่เป็นสมาชิกของเวป ไม่ว่าจะเป็นคนคอสเพลย์ ตากล้อง บลาๆมากมาย โดยเมื่อสมาชิกเหล่านั้น ตอบหรือเสนอแนะอะไรมาก็ตาม ทาง Props&Ops ก็จะสามารถนำข้อมูลตรงนี้ซึ่งมีน้ำหนักระดับหนึ่ง เสนอแก่ผู้จัดงานว่า เหล่าคนคอสจำนวนหนึ่งมีความเห็นเสนออย่างนี้ แก้อย่างนี้ ต่างๆนานา เพื่อให้งานออกมาโอเคที่สุดทั้งสำหรับผู้จัดงาน และผู้ร่วมงาน
ขณะเดียวกัน Props&Ops Bridge จะจัดทำ Pattern มาตรฐานคร่าวๆ เช่น การประกวดคอสควรมียังไง กิจกรรมควรมียังไงบ้าง เป็นต้น อาจจะรวมไปถึง รวบรวมรายชื่อบุคคลที่เหมาะแก่การเป็นกรรมการคอสเพลย์ ซึ่งต่อๆไปอาจจะสามารถเก็บ Record ได้ว่าใครเคยตัดสินงานไหน ยังไง ประสบการณ์ยังไง
เมื่อถึงจุดที่ว่านั้น ทาง Props&Ops จะคิดค่าจ้างเพียงให้นำ โลโก้ Props&Ops Bridge ติดไว้ที่งาน ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นเหมือนพวกมาตรฐาน ISO 9000 ต่างๆ ...แปลว่า งานไหนที่มีโลโก้นี้เท่ากับว่า อย่างน้อย งานนั้นๆได้ผ่านมาตรฐานที่ Props&Ops ตั้งไว้แล้ว
.
.
.
.
.
พอเห็นภาพกันไหม 'w' อันนี้ก็คร่าวๆนะ...ว่าตรงๆมันก็คือ โปรเจค copy โครงสร้าง ชมรมหรืออะไรก็ตามที่พอจะเรียกว่าเป็น สมาคมคอสเพลย์นั่นเอง (แต่ไม่เรียกเวอร์ขนาดนั้น)
เราก็คิดหลายๆปัจจัย เช่น แล้วถ้าพวกงานโดจินที่เค้าจะจัดกันเองละ ทำแบบนี้เท่ากับบังคับให้เค้าต้องมาให้ Props&Ops จุ้นนี่นา เราก็เลยมองว่า หรือว่า งานไหนส่งรายละเอียดงานมา หาก Props&Ops เห็นว่าโอเคแล้ว ก็จะให้ติดโลโก้ประมาณนั้น
ทีนี้ ทำไมเราถึงมองว่า เราไม่แน่ใจว่าควรทำ เพราะ
1. เราคงโดนด่าว่าเป็นเผด็จการ คิดยึดอำนาจคอสเพลย์ -w-"
2. ขั้นตอนที่บอกว่าส่งให้สมาชิก เราต้องเข้มมากว่า สมาชิกนั้นเป็นคอสเพลย์เยอร์หรือรู้ดีในด้านไหนบ้างจริงๆ
3.ขั้นตอนส่งแบบสอบถาม ถ้าส่งไป แต่สมาชิกไม่ส่งกลับมาก็แป๊ก -w-"
4.ต่อให้มีโลโก้มาตรฐาน แต่ถ้าคนไม่ไปงาน มาตรฐานก็พัง
5.ต่อให้งานไม่มีโลโก้มาตรฐาน แต่ถ้าคนแห่ไปงาน มาตรฐานก็พัง (อีก) -w-"
6.ฯลฯ ซึ่งเป็น Factor ที่เรายังประเมินไม่ถึง 555
เราก็คงต้องบอกว่า แม้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่การจะแก้ระบบที่ไร้ระเบียบ ก็มีแต่ต้องสร้างระเบียบให้ระบบ แต่ปัญหาคือ แล้วใครละจะสร้าง? (ห้ามตอบว่า กุ๊กกิ๊กนะ -w-" บอกตรงๆว่า เราเองก็ไม่อยากให้หลายๆอย่างมากองไว้กะเรามากไป เกิดเราเป็นอะไรไป อะไรที่อยู่กะเรามันก็หายไปหมดสิ) จริงๆก็อยากจะบอกเป็นอุดมคติว่าพวกเราต้องสร้างด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น
และเราค่อนข้างหวังว่า ระบบที่เราคิด จะสามารถแก้คำว่า CosplayOK จากที่แปลว่า "คอสมาได้ แต่กูไม่มีห่าอะไรให้เอ็ง" เป็น "คอสมาได้ เพราะเราเตรียมอะไรไว้ให้คุณ"
เฮ้อ เหนื่อย 5555 เราตัดทอนไปเยอะมากๆๆๆๆๆๆเลยนะเนี่ย สนิมบางตัวเราก็ไม่กล้าเขียนเหมือนกัน เพราะหากจะว่าไปแล้ว บางอย่างในสังคมนี้ ต้องใช้คำว่า มะเร็ง หรือ กับดักมากกว่า
สำหรับ Entry นี้เราคิดว่าคงจะให้เป็นตอนจบละนะ เราเองตัดสินใจที่จะจบง่ายๆแบบนี้แหละ เพราะเมื่อเรามาคิดดูแล้ว ต่อให้เขียนถึงอะไรต่างๆอีกมากมาย แต่หากแค่สิ่งที่เราเขียนไปใน Entry ก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวกะคอสเพลย์เยอร์โดยตรง เขียนไปแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา เราก็ไม่รู้จะเขียนถึงสิ่งอื่นไปทำไม แปลง่ายๆก็ ถ้าตัวเองยังแก้ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะแก้อย่างอื่นไปทำไม
และตรงนี้ขอส่งท้ายเล็กน้อย
เราไม่ว่าหรอกนะถ้าทุกคนจะบอกว่า "เราพอใจกับสิ่งที่เป็นไปตอนนี้" บางทีเราก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า หรือเราบ้าไปคนเดียวที่อยากให้อะไรๆมันดีขึ้น ไม่สิ ใช้คำว่า ให้มันไม่แย่ไปกว่านี้ ในขณะที่คนอื่นๆก็พอใจแล้ว
เพราะฉะนั้น เราเลยอยากขอแค่นิดเดียวว่า ไม่จำเป็นต้องแบบว่าทุ่มทุน ฝืนกำลังให้ดีมากมายก่ายกอง ขอแค่อย่าให้มันแย่ไปกว่านี้ก็พอ
เท่านี้ละกันนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆคนความเห็นที่ผ่านๆมาใน Entry 2 อันก่อนหน้านี้ เราตกใจนะที่คนเข้ามาอ่านถึง 1200 ครั้งต่อวันเลย เพราะเราไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาได้อ่านในบล็อกแห่งนี้
เราพนันกับตัวเองว่า "เขียนไปก็งั้นๆ มันก็ไม่มีทางที่แต่ละคนจะช่วยกันหรอก" ...เราอยากเห็นคนคอสตอกหน้าเรา ว่าเราคิดผิดนะ ตอกหน้าแรงๆว่าชั้นก็คอสเพลย์ได้น่าชื่นชมจริงๆนะ เราหวังว่า เราจะแพ้กับการพนันครั้งนี้นะ
ขอบคุณครับ
Googgig
ปล. จริงๆยังมีอะไรอีกมาก ถ้าใครอยากรู้มุมมองหรืออะไรจากตัวเรา ก็ถามหรือส่งเมลมาถามก็ได้นะครับ เราเองจะบอกว่า เรายินดีนะ หากว่าความเห็นเราจะช่วยให้อะไรต่างๆมันกระจ่างหรือได้เกิดอะไรใหม่ๆขึ้นมา

ก็แอบได้อ่านข้อความหลุดที่ลบไปแล้ว
ยังไงก็ขอเป็นอีก 1 กำลังใจให้กุ๊กกิ๊กทำพร็อพอ็อพ
ต่อไปละกัน สู้ต่อไปน่อ กรุ๊กกริ๊ก
ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีตอนต่อซะละ อย่าน้อยใจเลยครับ
ยังไงก็ต้องทำต่อไป แฟนคลับพร๊อพอ็อพเยอะแยะน้า
แค่บางคนไม่ค่อยแสดงตัวกันเท่าไหร่
แต่จาก 2 เอนทรีที่ผ่านมากับคนแวะมาอ่าน
ก็คงพอจะการันตีความคงอยู่ต่อไปของเว็บได้ละกัน
ส่วนเรื่องต่อจากนี้ไว้่ว่างๆ ค่อยหาเวลาไปคุยหลังไมค์ต่อละกันครับ
ยิินดีรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเช่นกันครับ
#1 By shura ซัง on 2008-01-20 20:59