มาถึงตอนที่ 3 แล้วนะครับ ตอนนี้สั้นนะครับ
ก่อนอื่นขออนุญาตตอบ(อย่างดีๆ)กับ #49 ที่ Entry ที่แล้วนะครับ

ถ้ายกตัวอย่างเปรียบเทียบง่ายๆก็
นาย A จะคอสคลาวด์ จ้างทำออป จ้างทำชุด จ้างซื้อผ้า แต่งมางาน
นาย B จะคอสคลาวด์ ทำออปเอง จ้างตัดชุด ซื้อผ้าเอง แต่งมางาน
นาย C จะคอสคลาวด์ ทำออปเอง ทำชุดเอง ซื้อผ้าเอง แต่งมางาน

ถ้าถามว่าทั้ง 3 คนคอสไหม ก็ต้องบอกว่าคอส แต่ถามว่า น่าชื่นชมเท่ากันไหม? ....ผมคิดว่าตรงนี้มันเห็นชัดเจนนะครับ
ส่วนที่ว่าไม่มีเวลานั้น ก็...ผมก็คงต้องยกตัวเองเป็นหลักเลยมาได้เลยว่า ผมเองก็คอสน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างที่หลายๆคนเห็น ผมเคยถามตัวเองนะครับว่า ระหว่างเนียนคอสง่ายๆไปงานทุกงาน กะพยายามทุ่มเต็มที่ในการคอส แม้ว่าจะทำให้คอสได้ไม่บ่อย ผมจะเลือกแบบไหน

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคอสง่ายมาก แทบไม่ได้ทำออปอะไรเลย ..ทั้งๆที่ได้คอสบ่อยแท้ๆ แต่ทำไมไม่รู้ เหมือนว่า ไม่มีความรู้สึกร่วมในการคอสเท่าเมื่อก่อน...แต่ก็ไม่ได้บอกว่า อะไรที่คอสง่ายๆไม่ใช่คอสพลย์นะครับ เพียงแต่ หากสมมุติต้นแบบจริงๆมันยาก แต่ผมตัดทอนรายละเอียดมากมายไป เพื่อแค่ได้คอสบ่อยๆ ผมคิดว่าตัวผมเองก็คงไม่รู้สึกดีเท่ากับได้ตั้งใจคอสจริงๆแน่ๆ

ก็ประมาณนี้นะครับ จริงๆหลักตรงนี้มันก็แล้วแต่แต่ละคน อย่างที่ผมเน้นมากๆๆๆๆๆๆ กลับไปอ่านได้เลยว่า ผมเขียนว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ "ผิดถูก" แต่เป็นเรื่องของ "มากเกินไป"

ถ้าไม่มีเวลา แต่ฝืนทำออป ฝืนทำชุด จนสุขภาพเสีย การงานเสีย มันก็คือมากเกินไปใช่ไหม
ถ้ามีเวลามากมาย มีเวลาทำออป ตัดชุด ทำรายละเอียด แต่ขี้เกียจ ให้คนอื่นๆทำหมด มันก็คือ ไม่ทำอะไรด้วยตนเองมากเกินไปเช่นกัน

นั่นคือผมกำลังพูดถึงหลักของ "สมดุล" ที่ผ่านๆมา เรา (กำลังคิดว่า ทำไมเดี๋ยวแทนตัวว่าเรา เดี๋ยวว่าผม 555) ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า เคสไหน ควรแค่ไหน ยังไง เพราะมันละเอียดเกินไป มันแล้วแต่แต่ละคน แต่ที่เรากล้าพุด ณ วันนี้แน่ๆคือ เมื่อมองภาพรวมแล้ว สมดุลระหว่าง "คอสเพลย์ที่ควรค่าแก่การเรียกว่าคอสจริงๆ" กะ "แม่งเนียนชุดอะไรวะเนี่ย" สมดุลมันเป็นยังไง รู้อยู่แก่ใจกันดี

ส่วนที่ว่าสนุกนั้นเป็นจุดสูงสุดของการคอสนั้น เราก็ไม่เถียงนะ 555 แต่เรามองในอีกมุมที่ว่า สนุกนี่น่าจะเป็นอะไรที่แบบว่าคอสเพลย์ต้องมีเป็นพื้นฐานแล้วหรือเปล่า เพราะถ้าคอสไม่สนุก จะคอสทำไม?

กลับกันเรายกตัวอย่างได้ว่า แล้วพวกคอสแบบเนียนง่ายๆ ใส่หูแมว ถามว่าคอสอะไรก็ไม่รู้ว่าคอสอะไร....ถามว่าเค้าไปงานสนุกกะงานไหม ก็ต้องตอบว่า สนุกแน่ ....เห็นแล้วใช่ไหมฮะว่า ไม่ว่าจะคอสดีหรือไม่ดี มันก็สนุกเหมือนกันได้ เพราะฉะนั้น หากเรานำเอาความสนุกไปเป็นสูงสุดละก็ ....ทุกคนในงานถึงจุดสูงสุดหมดแล้ว ตั้งแต่หางแมวยันอลังการงานหรู

เพราะฉะนั้น เราจะบอกว่า ความสนุกนั้น สำคัญมากในการคอส แต่ไม่ใช่จุดสูงสุดแน่นอน
เพราะหากมองตรงๆแล้ว หากคอสเพลย์คือ การแต่งกายเลียนแบบสิ่งที่เราชอบ ...จุดสูงสุดก็น่าจะเป็น การแต่งกายตัวที่เรารัก เราชอบ ได้เหมือนทั้งชุด ออป กิริยา ท่าทาง บลาๆ มากมายจนคนอุทานออกมาว่า "แม่ง ยังกะกระโดดออกมาจากเรื่องแม่ง" ประมาณนั้น

เราก็ขอตอบคร่าวๆประมาณนี้ละกันนะครับ

เราขอย้ำนะครับว่า ทุกประเด็นที่ผ่านมานั้นคือ "ไม่ใช่เรื่องผิดถูก แต่เป็น เรื่องของมากเกินไป"
และขอย้ำอีกนิดว่า ประเด็นที่ว่า เขียนยาวนั้น ไม่สำคัญที่ "คนอ่านอ่านไม่ไหวเท่าไรหรอก" แต่เป็น "คนเขียนเขียนไม่ไหวต่างหาก" 5555 เราบอกก่อนเลยนะว่า อย่าหวังอะไรกะ ไม่กี่ Entry ของคนๆหนึ่ง ที่จะสามารถเขียนทุกๆอย่างในสังคมนี้ได้หมด เราเองก็มีส่วนที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัสกับบางส่วนของสังคมนี้มากมาย

เราอยากจะยกตัวอย่างว่า เหมือนพวกเราอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งถนนนั้นสกปรกมาก ขยะมากมาย ....หลายๆคนได้แต่รอว่า เมื่อไรจะมีใครมากวาดขยะออกไป เมื่อไรคนกวาดจะมา...ทั้งที่ความจริง แค่แต่ละคนออกมากวาดทิ้งเฉพาะส่วนของหน้าบ้านตัวเองพร้อมกันทุกคน รับรอง หมู่บ้านสะอาดขึ้นทันตาแน่ ไม่ต้องไปกวาดถึงบ้านคนอื่นหรอก แค่นี้ก็ช่วยอะไรต่างๆได้เยอะละ

ถ้าเทียบกะคอสแล้ว แต่ละคนแค่ตั้งใจคอสออกมาดีๆแต่ละคน รับรอง ไปงานคราวหน้า จะเห็นความแตกต่างแน่นอน ถ้าหลายๆคนแค่ตั้งใจกับตัวเอง นี่ไม่เฉพาะกับคนคอสนะ คนทั้งหมดในสังคมนี้แหละนะ

โอเค เราก็เกริ่นมาพอควรละ

หลังจากที่
ตอน 1 : ชี้สนิมทั่วๆไป
ตอน 2 : เจาะไปที่สนิมตัวสำคัญ และแนะทางแก้แบบอุดมคติ

สำหรับตอนนี้นั้น เราจะเจาะลงไปถึงเรื่องงานคอสเพลย์ละนะ สาเหตุที่เราต้องยกมาเป็นตอนใหม่นั้น  เพราะว่า มันเป็นเรื่องที่ค่อนขว้างกว้าง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนภายนอกสังคมมาก และที่สำคัญคือ "เป็นเรื่องที่กว้างมากชนิดที่ว่า เราเขียนเท่าไรก็ไม่พอ" (จริงๆจะบอกว่า เป็นอะไรที่คงเขียนไม่ดีเท่าเดิมด้วย เพราะเรื่องเยอะ" สำหรับสนิมต่างๆที่เกี่ยวกับคอสเพลย์เยอร์จริงๆยังมีอีกมาก 555 แต่หากเรามัวอต่เจาะ เรื่องราวคงไม่ไปไหนพอดี เราเองก็ไม่ได้เน้นว่า "ต้อยขจัดคอสไม่ดีให้หมดไป" เราแค่ต้องการว่า "ส่งเสริมคอสดีๆขึ้นมาบ้าง" เท่านั้นเอง เอาเป็นว่า แค่ที่เขียนใน Entry ที่ผ่านมา เราหากหลายๆคนเอาไปพิจารณาอะไรต่างๆแล้ว เราเชื่อว่า ก็แทบไม่ต้องไปเจอะสนิมอะไรมากมายละ เพราะก็ไม่จำเป็นว่า คมดาบนี้ต้องไร้ซึ่งที่ติเลย มันก็ Perfect ไป

ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า เราในฐานะคนทำตารางงานนั้น อย่างหนึ่งที่เป็นทั้งข้อเสียและดี ในตัวคือ การที่เรารู้จักกับผู้จัดงานหลากหลายเจ้ามาก จึงได้เห็นถึงมุมมองในฐานะคนจัดงานอีกด้วย และรวมไปถึงได้เห็นรายละเอียดงานมากมายผ่านเข้ามาในหัวเรา เรียกได้ว่า หลายๆคนที่ชอบถามว่า เอ งานตอนนั้นชื่ออะไร เราแทบจะตอบได้หมดว่าชื่องานอะไร 555

ก่อนอื่น เราต้องมาเจาะกันตั้งแต่นิยามก่อนเลย เพราะแค่นิยามนี่ก็ถือว่ามีปัญหาแต่ต้นละว่า "งานคอสเพลย์คืออะไร" ถามง่าย แต่ตอบยากมากๆนะ เพราะเรายังหาจุดที่ควรเป็นไม่เจอเลย ..คำตอบพื้นๆก็แน่ละ งานที่อนุญาตหรือเชิญชวนให้คอสเพลย์แต่งไปงานได้

งั้น งานเปิดตัวรถยนตร์ยี่ห้อหนึ่ง เชิญชวนน้องคอสเพลย์ ร่วมงานเปิดตัวรถในคอนเสป "เด็กไทย ใจซิ่งแบบญี่ปุ่น" CosplayOK

ถามจริงๆเหอะ ....อยากนับเป็นงานคอสเหรอ?

จริงๆตอนนี้ คำศัพท์ที่เราเซ็งที่สุดคือคำว่า CosplayOk....มันค่อนข้างมีความหมายกว้างมากจนมันเหมือนกะว่า อะไรก็ได้ถ้ามี CosplayOK มันก็คืองานคอสละ ต่อไปเราทำบุญเลี้ยงบ้าน เราติดคำว่า CosplayOK ก็คงได้ละมั้ง ....แต่ที่แย่กว่าเข้าไปอีกคือ คนคอสก็ยังไปกันเรื่อยๆ ทำให้ผู้จัดก็ยิ่งได้ใจกับคำว่า CosplayOk ไม่ต้องคิดกิจกรรมสำหรับคอส ไม่ต้องมีอะไรให้กะคอส ขอแค่ CosOK ก็เป็นงานคอสแล้ว

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไมบางงานผู้จัดห่วยมาก แต่ก็จัดมาเรื่อยๆ ...ก็เพราะ CosplayOK นี่แหละ

เพราะฉะนั้น การหานิยามคำว่า งานคอสเพลย์ นั้นยากเหลือ ...บางคนก็มองว่า จริงๆมันไม่มีด้วยซ้ำ มันมีแค่งานโดจิน งานการ์ตูน งานโคฟ งานเกม ฯลฯ แต่ไม่มีงานคอสเพลย์ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนะครับ

เพราะเรามองว่า ในเมื่อยังหานิยามไม่ได้ชัด ก็คงต้องไปเน้นที่ "จุดประสงค์ของงานที่จะจัดมากกว่า"

เราบอกก่อนเลยว่า ทุกงานล้วนมีเหตุผลในการเชิญชวนคอสไปงานเพื่อดึงดูดคน ....ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะผู้จัดไม่ใช่ต้องทำกุศล ลงทุนเงินมากมายโดยไม่หวังอะไรกะคอสเพลย์เลย

แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องมองให้ทะลุให้ได้ว่า งานๆนั้น มีจุดประสงค์ที่ให้เกียรติคอสเพลย์ มากน้อยแค่ไหน

อย่างตัวอย่างที่เรายกด้านบนไป ....ก็มีหลายงานเห็นๆกันอยู่ว่า คิดจะหลอกให้คนคอสไปเป็นสีสันงานเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่เกี่ยวกะคอสเพลย์เท่าไร

นี่แหละคือที่เราอยากจะบอก ไม่มีงานไหนบอกตรงๆมาหรอกว่า "งานผมอยากให้คอสมาเยอะๆ งานจะได้ดึงดูด แต่ไม่มีกิจกรรมอะไรให้คอสหรอกนะจ๊ะ" เค้าก็ต้องโปรโมทงานให้ฟังดูดีเป็นหลักไว้ก่อน

บางงานเก็บเงินเข้างาน แต่ไม่มีกิจกรรมอะไรเลยสักกะอย่าง...แต่พวกเราก็แห่ไปกัน ยังงี้ผู้จัดมันก็ยิ่งได้ใจสิ

แต่พอเรามองเชิงลึกแล้ว เรามองว่าคอสเพลย์เยอร์ไม่ได้สนด้วยซ้ำว่างานที่เราไปมันดีหรือไม่ดี ก็แค่ชั้นอยากคอส อยากไปงานถ่ายรูป

ผู้จัดก็จัดห่วยๆไป ไม่มีอะไรให้ทำ
คนคอสก็คอสไป ถ่ายรูปไม่ได้ทำอะไร

-w-

อย่างที่เราเขียนไปตอนก่อนๆว่า มันเป็นวงจรอุบาทว์ นับวันผู้จัดกะคนคอสยิ่งห่างกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เวลางานมีกิจกรรม คนคอสไม่สนใจเอาแต่ถ่ายรูป แล้วผู้จัดที่ไหนมันจะอยากจัด

พองานจัดห่วยๆ คนคอสแห่กันไป กลับมาก็บ่นๆ เฮ้อ งานไม่มีอะไรเลย งานห่วยมาก บลาๆ .....วนกันอยู่แค่นี้แหละ และวงจรที่อาจจะยิ่งแย่กว่าคือ หากมีงานๆหนึ่งตั้งใจจัดจริงๆละ?...แต่คนไม่คอสไม่ไป หรือไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในงาน

เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถือเป็นวงจรที่ค่อนข้างน่าห่วงสำหรับเรานะ แต่ถามว่าเราเองก็ได้คิดถึงระบบที่จะแก้ลำเหมือนกัน

ถึงแม้จะมีคนคอสมากมายบ่นว่างานไม่มีอะไร แต่ตราบใดที่คนก็ยังไปงานที่ไม่มีอะไรนี้ ผู้จัดงานก็ถือว่า "งานระดับนี้พอแล้วสำหรับพวกคุณ"

นี่เฉพาะประเด็นนิยามงานคอสเพลย์ละนะ

อย่างที่บอกว่า ด้วยความที่เรื่องมันกว้างมาก ...แต่โดยหลักแล้ว มันก็จะไปเกี่ยวกะวิธีจัดงานซะมากกว่า ซึ่งถ้ามอง Entry นี้ในฐานะคนไปงาน เรามองว่า คงจะไม่ตรงเป้าหมายสักเท่าไร

เราจึงจะขอเข้าถึง โครงสร้างระบบที่เราเคยคิดจะทำ ....แต่เราตอนนี้ว่าตรงๆคือไม่กล้า 5555
ในส่วนนี้จะเป็นส่วนไอเดียระบบแก้วงจรเท่าที่พอเป็นไปได้นะครับ บอกเลยว่ายังมีจุดอ่อนในระบบนี้มาก แต่โดยทฤษฎีแล้ว ก็น่าจะพอไหวน่า

นั่นคือ Props&Ops Bridge

เราชอบเทียบง่ายๆว่า ทำไมวงการเทนนิสโลก แม่งมีแข่งมากมาย แต่ทำไมมันเป็นระบบระเบียบ ไม่ใช่ใครอยากจัดก็จัด ...ก็เพราะว่ามันมีองค์กร ATP ใช่ไหม

เราคงต้องยอมรับกันตรงเลยว่า "เราปล่อยให้คนที่ไม่เข้าใจคอสเพลย์มาจัดงาน" แต่ที่แย่กว่าคือ "เราเองก็ไปงานพวกนี้" 5555 ทั้งที่ความจริงแล้ว แค่ว่าคนคอสไม่ไปงานพวกนี้ รับรอง เดี๋ยวงานพวกนี้ก็หายไปเอง แต่ก็แน่ละว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนคอสจะรู้ว่างานไหนเป็นยังไงตราบใดที่ยังไม่ถึงงาน

แต่พวกเราง่ายไป เราปล่อยให้ใครก็ได้ที่มีตังค์จัดงานคอสเพลย์ได้ ไม่ว่าจะรู้ว่ามันคอสเพลย์คืออะไรหรือไม่ก็ตาม

จากตรงนี้ คือโลกแห่งอุดมคตินะครับ

Props&Ops Bridge คือสะพานเชื่อมระหว่าง ผู้จัด และ คนไปงาน
เมื่อผู้จัดท่านใดที่ต้องการจัดงาน ต้องการจัดงานคอส แต่ไม่รู้ควรจัดยังไง ก็จะสามารถเข้ามาถาม มาปรึกษา bridge ได้ โดย Props&Ops จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ต่างๆนานา (จะบอกว่าในโลกความจริง เราก็ทำหน้าที่นี้อยู่ละ TwT) ในขณะเดียวกัน Props&Ops นอกจากจะให้คำปรึกษาต่างๆแล้ว ก็ยังจะส่งแบบสอบถามไปยังสมาชิกที่เป็นสมาชิกของเวป ไม่ว่าจะเป็นคนคอสเพลย์ ตากล้อง บลาๆมากมาย โดยเมื่อสมาชิกเหล่านั้น ตอบหรือเสนอแนะอะไรมาก็ตาม ทาง Props&Ops ก็จะสามารถนำข้อมูลตรงนี้ซึ่งมีน้ำหนักระดับหนึ่ง เสนอแก่ผู้จัดงานว่า เหล่าคนคอสจำนวนหนึ่งมีความเห็นเสนออย่างนี้ แก้อย่างนี้ ต่างๆนานา เพื่อให้งานออกมาโอเคที่สุดทั้งสำหรับผู้จัดงาน และผู้ร่วมงาน

ขณะเดียวกัน Props&Ops Bridge จะจัดทำ Pattern มาตรฐานคร่าวๆ เช่น การประกวดคอสควรมียังไง กิจกรรมควรมียังไงบ้าง เป็นต้น อาจจะรวมไปถึง รวบรวมรายชื่อบุคคลที่เหมาะแก่การเป็นกรรมการคอสเพลย์ ซึ่งต่อๆไปอาจจะสามารถเก็บ Record ได้ว่าใครเคยตัดสินงานไหน ยังไง ประสบการณ์ยังไง

เมื่อถึงจุดที่ว่านั้น ทาง Props&Ops จะคิดค่าจ้างเพียงให้นำ โลโก้ Props&Ops Bridge ติดไว้ที่งาน ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นเหมือนพวกมาตรฐาน ISO 9000 ต่างๆ ...แปลว่า งานไหนที่มีโลโก้นี้เท่ากับว่า อย่างน้อย งานนั้นๆได้ผ่านมาตรฐานที่ Props&Ops ตั้งไว้แล้ว

.
.
.
.
.
พอเห็นภาพกันไหม 'w' อันนี้ก็คร่าวๆนะ...ว่าตรงๆมันก็คือ โปรเจค copy โครงสร้าง ชมรมหรืออะไรก็ตามที่พอจะเรียกว่าเป็น สมาคมคอสเพลย์นั่นเอง (แต่ไม่เรียกเวอร์ขนาดนั้น)

เราก็คิดหลายๆปัจจัย เช่น แล้วถ้าพวกงานโดจินที่เค้าจะจัดกันเองละ ทำแบบนี้เท่ากับบังคับให้เค้าต้องมาให้ Props&Ops จุ้นนี่นา เราก็เลยมองว่า หรือว่า งานไหนส่งรายละเอียดงานมา หาก Props&Ops เห็นว่าโอเคแล้ว ก็จะให้ติดโลโก้ประมาณนั้น

ทีนี้ ทำไมเราถึงมองว่า เราไม่แน่ใจว่าควรทำ เพราะ
1. เราคงโดนด่าว่าเป็นเผด็จการ คิดยึดอำนาจคอสเพลย์ -w-"
2. ขั้นตอนที่บอกว่าส่งให้สมาชิก เราต้องเข้มมากว่า สมาชิกนั้นเป็นคอสเพลย์เยอร์หรือรู้ดีในด้านไหนบ้างจริงๆ
3.ขั้นตอนส่งแบบสอบถาม ถ้าส่งไป แต่สมาชิกไม่ส่งกลับมาก็แป๊ก -w-"
4.ต่อให้มีโลโก้มาตรฐาน แต่ถ้าคนไม่ไปงาน มาตรฐานก็พัง
5.ต่อให้งานไม่มีโลโก้มาตรฐาน แต่ถ้าคนแห่ไปงาน มาตรฐานก็พัง (อีก) -w-"
6.ฯลฯ ซึ่งเป็น Factor ที่เรายังประเมินไม่ถึง 555

เราก็คงต้องบอกว่า แม้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่การจะแก้ระบบที่ไร้ระเบียบ ก็มีแต่ต้องสร้างระเบียบให้ระบบ แต่ปัญหาคือ แล้วใครละจะสร้าง? (ห้ามตอบว่า กุ๊กกิ๊กนะ -w-" บอกตรงๆว่า เราเองก็ไม่อยากให้หลายๆอย่างมากองไว้กะเรามากไป เกิดเราเป็นอะไรไป อะไรที่อยู่กะเรามันก็หายไปหมดสิ) จริงๆก็อยากจะบอกเป็นอุดมคติว่าพวกเราต้องสร้างด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น

และเราค่อนข้างหวังว่า ระบบที่เราคิด จะสามารถแก้คำว่า CosplayOK จากที่แปลว่า "คอสมาได้ แต่กูไม่มีห่าอะไรให้เอ็ง" เป็น "คอสมาได้ เพราะเราเตรียมอะไรไว้ให้คุณ"

เฮ้อ เหนื่อย 5555 เราตัดทอนไปเยอะมากๆๆๆๆๆๆเลยนะเนี่ย สนิมบางตัวเราก็ไม่กล้าเขียนเหมือนกัน เพราะหากจะว่าไปแล้ว บางอย่างในสังคมนี้ ต้องใช้คำว่า มะเร็ง หรือ กับดักมากกว่า

สำหรับ Entry นี้เราคิดว่าคงจะให้เป็นตอนจบละนะ เราเองตัดสินใจที่จะจบง่ายๆแบบนี้แหละ เพราะเมื่อเรามาคิดดูแล้ว ต่อให้เขียนถึงอะไรต่างๆอีกมากมาย แต่หากแค่สิ่งที่เราเขียนไปใน Entry ก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวกะคอสเพลย์เยอร์โดยตรง เขียนไปแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา เราก็ไม่รู้จะเขียนถึงสิ่งอื่นไปทำไม แปลง่ายๆก็ ถ้าตัวเองยังแก้ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะแก้อย่างอื่นไปทำไม

และตรงนี้ขอส่งท้ายเล็กน้อย

เราไม่ว่าหรอกนะถ้าทุกคนจะบอกว่า "เราพอใจกับสิ่งที่เป็นไปตอนนี้" บางทีเราก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า หรือเราบ้าไปคนเดียวที่อยากให้อะไรๆมันดีขึ้น ไม่สิ ใช้คำว่า ให้มันไม่แย่ไปกว่านี้ ในขณะที่คนอื่นๆก็พอใจแล้ว

เพราะฉะนั้น เราเลยอยากขอแค่นิดเดียวว่า ไม่จำเป็นต้องแบบว่าทุ่มทุน ฝืนกำลังให้ดีมากมายก่ายกอง ขอแค่อย่าให้มันแย่ไปกว่านี้ก็พอ

เท่านี้ละกันนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆคนความเห็นที่ผ่านๆมาใน Entry 2 อันก่อนหน้านี้ เราตกใจนะที่คนเข้ามาอ่านถึง 1200 ครั้งต่อวันเลย เพราะเราไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาได้อ่านในบล็อกแห่งนี้

เราพนันกับตัวเองว่า "เขียนไปก็งั้นๆ มันก็ไม่มีทางที่แต่ละคนจะช่วยกันหรอก" ...เราอยากเห็นคนคอสตอกหน้าเรา ว่าเราคิดผิดนะ ตอกหน้าแรงๆว่าชั้นก็คอสเพลย์ได้น่าชื่นชมจริงๆนะ เราหวังว่า เราจะแพ้กับการพนันครั้งนี้นะ

ขอบคุณครับ

Googgig

ปล. จริงๆยังมีอะไรอีกมาก ถ้าใครอยากรู้มุมมองหรืออะไรจากตัวเรา ก็ถามหรือส่งเมลมาถามก็ได้นะครับ เราเองจะบอกว่า เรายินดีนะ หากว่าความเห็นเราจะช่วยให้อะไรต่างๆมันกระจ่างหรือได้เกิดอะไรใหม่ๆขึ้นมา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพิ่งกลับจากตจว.มาก็ได้อ่านตอนต่อพอดีเลย
ก็แอบได้อ่านข้อความหลุดที่ลบไปแล้ว
ยังไงก็ขอเป็นอีก 1 กำลังใจให้กุ๊กกิ๊กทำพร็อพอ็อพ
ต่อไปละกัน สู้ต่อไปน่อ กรุ๊กกริ๊ก

ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีตอนต่อซะละ อย่าน้อยใจเลยครับ
ยังไงก็ต้องทำต่อไป แฟนคลับพร๊อพอ็อพเยอะแยะน้า
แค่บางคนไม่ค่อยแสดงตัวกันเท่าไหร่
แต่จาก 2 เอนทรีที่ผ่านมากับคนแวะมาอ่าน
ก็คงพอจะการันตีความคงอยู่ต่อไปของเว็บได้ละกัน

ส่วนเรื่องต่อจากนี้ไว้่ว่างๆ ค่อยหาเวลาไปคุยหลังไมค์ต่อละกันครับ
ยิินดีรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเช่นกันครับ

#1 By shura ซัง on 2008-01-20 20:59

พี่กิ๊กสู้ๆค่ะ! พึ่งมาเจอพึ่งได้อ่านเป็นเอ็นทรี่แรก

ชุดตัดเอง เลือกผ้าเอง หาอ๊อปรึทำอ๊อบเอง ใส่ไปงานแล้ว...
ภูมิใจสุดค่ะ=w=!!(ถึงไม่เนี๊ยบ แต่ก็ฝีมือตูล่ะ 555+)

เป็นกำลังใจให้นะฮร๊า!

#2 By syaolee on 2008-01-20 21:26

เราสนใจพวกมะเร็งกับกับดักที่ว่าล่ะจ้ะกิ๊ก จะไม่เขียนอีกจริงๆหรือ

#3 By vana-chan on 2008-01-20 21:26

ปัญหาคือ เดี๋ยวนี้ผู้จัดงาน เอะอะอะไรก็คอสเพลย์ไปหมดเลย... "คอสมาเยอะๆนะ งานจะได้ดูดี" เจอแบบนี้บ่อยมากเลยจนแบบ... เห้ย...ไม่จัดกิจกรรมอะไรให้คอสเพลย์เยอร์หน่อยเหรอ(วะ)คะ???

บางงานที่นี๊ดคอสเพลย์จริงๆ เค้าก็จะจัดกิจกรรมให้คอสเพลย์เลยนะ... แต่ก็มีอีกแหล่ะ...พวกที่จัดกิจกรรมคอสเพลย์เพื่อเป็นการดึงดูดคนทั่วไปให้สนใจ หรือ เป็นพรีเซนเตอร์ให้สินค้าเค้าน่ะ อันนั้นถือว่าเป็นขั้นแย่ลงไปอีกก็ว่าได้..sad smile

ไม่ว่าคุณกิ๊กจะเขียนหรือไม่เขียนเรื่องนี้ต่อ หรือเขียนในเรื่องอื่นๆ เมโกะก็จะตามอ่านต่อไปเพราะว่าชอบสไตล์การเขียนอธิบายอะไรแบบนี้ของคุณกิ๊กมากเลยล่ะค่ะ double wink


สังคมคอสเพลย์จะดีขึ้นได้หรือไม่... มันไม่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ด้วยฝีมือของคนๆเดียว หรือ คนเพียงกลุ่มเดียวหรอกค่ะ พวกเราที่อยากเห็นสังคมคอสเพลย์ดีขึ้นก็ต้องมาพยายามร่วมมือกันถึงจะเห็นผลbig smile

จะพยายามในส่วนของตัวเองเท่าที่ตัวเองจะทำได้และเฝ้ามองสังคมนี้ต่อไปจนกว่าจะแก่ตายกันไปข้างนึงเลยละกันค่ะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By Meiko S. on 2008-01-20 21:29

อืมมมม เราก็ไม่รู้ว่าจะแสดงความคิดเห็นอะไรล่ะนะ แต่อยากจะบอกว่า กิ๊กทุ่มเทกับสังคมนี้มากเกินไปรึเปล่า? ความมากความน้อยของแต่ละคนในการทุ่มเทเวลาให้กับอะไรบางอย่าง การให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ ย่อมไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่สำหรับมุมมองของเรา เราคิดว่าคอสเพลย์ไม่ใช่อะไรที่มีอิทธิพลสำหรับชีวิตในสังคมใหญ่ถึงขนาดจะต้องลงมานั่งจัดระเบียบกันนะ (ความคิดเห็นส่วนตัวของเราอ่ะเน้อ)

เราคิดว่าค่านิยมและการกระทำต่างๆ ของคนในสังคมคอสเพลย์ที่เห็น ๆ กัน มันมาจากค่านิยมในสังคมใหญ่ที่เรา ๆ ปฏิบัติกันโดยปกติมากกว่า ถ้าเรารู้หน้าที่รู้บทบาทของตัวเอง เราเชื่อว่าในสังคมคอสเพลย์หรือว่าสังคมไหน ๆ คนเราก็วางตัวได้ถูกต้องและเหมาะสมนะ

การที่พูดเจาะสังคมคอสเพลย์อย่างเดียวอาจจะทำให้เรื่องมันเยอะแล้วสับสนมากไปรึเปล่า (เราไม่ได้พูดเรื่องประเด็นคุณค่าของคอสเพลย์เน้อ พูดถึงเรื่องมารยาททั่ว ๆ ไป)

ส่วนประเด็นคุณค่าของคอสเพลย์ แต่ละคนมีการตีความไม่เหมือนกันแน่นอน ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าความมีคุณค่าของคอสเพลย์มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวจะประเมินเอานะ แล้วเราคิดว่ามันไม่จำเป็นจำต้องให้ใครประเมินด้วย ตัวเราเองมากกว่าที่จะพอใจมากน้อยแค่ไหนกับการคอสเพลย์ของตัวเราเอง เพราะคอสเพลย์ไม่ใช่การแข่งขัน มันเป็นเพียงงานอดิเรกน่ะ

ที่พูดมาทั้งหมด จะบอกว่า... ไม่ต้องคิดมากจนเครียด กวาดขยะหน้าบ้านเราให้หน้าบ้านสะอาดไว้ คนอื่น ๆ จะทำตามให้หน้าบ้านสะอาดเหมือนกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเขาเองเน้อ

#5 By KeeChan on 2008-01-20 21:39

งั้นขอนับว่า มีใครซักคนหนึ่งมาเป็นคนคอยเอาตัวไปเสนอเวลาคนจัดงานว่า
"ต้องการคำแนะนำไหมครับ"

ผมว่ามันแปลกๆดีนะ... ถ้าเรายืนอยู่เฉยๆแล้วคนจัดงานมาขอคำแนะนำละเป็นปกติ
แต่แบบนี้มันรู้สึกว่าทำไมเราต้องไปเสนอตัวให้มันด้วย

ถึงมันจะดูคล้ายๆกับที่ผมอยากทำคือ หาคนจ่ายตังมาเดี๋ยวจัดงานให้(แล้วก็จัดตามใจกู)
ซึ่งต้นเหตุความอยากน่าจะมาจากจุดเดียวกันคือ "งานตอนนี้มันไม่ถูกใจ" แต่ผมว่าถ้าคนที่จะทำเรื่องนี้จะเอาตัวไปเสนอใครไม่รู้ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพื่อให้งานออกมาดี
สู้รวมคนรวมตังเองจัดกันเอง ถึงมันจะไม่ได้ใหญ่เหมือนงานที่บริษัทจัด
หรือมีบ่อยๆเหมือนงานมาบุญ แต่มันรู้สึกสบายใจกว่าเยอะ

ส่วนถ้าจัดงานแบบนั้นแล้วคนไม่มา คนไปงานใหญ่ๆกันหมด เพราะมีรางวัลเยอะ เพราะมีตากล้องเยอะ เพราะคนดูเยอะ เพราะฯลฯ
ก็คงได้เวลาปลงกันซักทีว่าน้ำน้อยแพ้ไฟแล้วก็ไปอยู่ในหลุมกันดีกั่ว...

#6 By GinG Freecss on 2008-01-20 21:51

เห็นด้วยและเข้าใจอย่างยิ่ง ในประเด็นเรื่องกวาดขยะ

ส่วนเรื่องที่จะทำ Bridge

ถ้าจะทำจริงๆ มั่นใจและเตรียมใจของตัวเอง ให้ดี ให้เข้มแข็งกว่านี้ มากๆๆ

ถ้าทำจริงจังแบบนั้น จะบ่น จะน้อยใจ จะเสียใจอะไรมันไม่มีที่ว่าง ให้เรา Fail แล้วนะ @@>

เตรียมแรงไว้ให้ดีๆ


ปล. ถ้าจะทำจริงๆ ก็อยากให้กิ๊กใจเย็นกว่านี้ (เยอะๆหน่อย) :)

ด้วยความจริงใจ และรู้จักมักคุ้นกะ reply #49 เป็นอย่างดี

สิ่งใดๆที่ทำเอาไว้ ทั้งดีและไม่ดี มันไม่หายไปไหนหรอก ดังนั้นทำแต่สิ่งดีๆ ดีกว่า
ถ้าจะทำสิ่งไม่ดี ให้รีบๆรู้ตัว แล้วปล่อยมันไว้แค่ความคิดซะ

อย่าให้มันออกมาเป็น วจีกรรม กายกรรมเลย
m( _ _ )m

#7 By gomora on 2008-01-20 22:19

อนึ่ง เห็นด้วยกะกีจัง ' '/

#8 By gomora on 2008-01-20 22:19

ลุงไม่ต้องห่วงอะครับ เพราะผมไม่ทำ 5555 ไหนๆมีแต่คนบอกว่าผมจริงจังไป จะบอกให้ก็ได้ครับว่า ก็เพราะอย่างนั้น ผมถึงไม่ต่ออายุ host Props&ops ไงครับ

จะได้เลิกๆกะสังคมนี้ไปเลย เดี๋ยวภายใน 15 วันก็จบแล้ว

#9 By Googgig on 2008-01-20 22:22

รูปตรงโปรไฟล์สวยยยย


CosplayOK บางทีเราก็เลือกงานนะ

เดี๋ยวนี้งานต่อเดือนมีเยอะมากกว่าตอนเรามาคอสปีแรกด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อยากให้มีงานคอส
ที่เหมือนใช้คนคอสมาเป็นเครื่องมือที่ทำให้งานดูน่าสนใจเฉยๆ โดยไม่มีกิจกรรมอะไรเลยเหมือนกัน

แต่ถึงอย่างไร เราก็หายหัวไปจากการคอสเพลย์อยู่ดีี

อยากคอสจังเลยยย T___________T

#10 By ++Mami++ on 2008-01-20 22:32

เห็นด้วยกับพี่กีนะ

ปลารู้สึกว่าการที่มาพิมพ์อะไรทำนองแบบนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอ่ะ คือจริงๆเราก็ไม่รู้หรอกว่าข้างในเขาเป็นยังไง เขาคิดอะไร เขารักคอสมากน้อยขนาดไหน
อย่างคนที่ไม่ได้ทำอะไรเองเลยแม้แต่นิดเดียวแล้วมาคอส เขาก็อาจจะมีเหตุผลของเขา ส่วนเรื่องความปลื้มใจที่จะได้มันก็เป็นเรื่องที่เขารู้สึกของเขาเองอยู่แล้ว คือถึงเค้าไม่ได้ทำเองเค้าก็เลยไม่รู้สึกปลื้มใจอะไร แต่ถ้าเขามีความสุขในตัวที่เขาคอส มันก็พอแล้วอ่ะ
เพราะยังไงคอสเพลย์มันก็เป็นงานอดิเรกจริงๆ เพียงแต่ว่าสังคมมันใหญ่ขึ้น คนเยอะขึ้น มันก็เป็นธรรมดาของโลกที่มันต้องเปลี่ยนไปแล้วก็มีปัญหาบ้าง
แต่ตรงนี้พูดจริงๆปลาก็คิดว่าเราก็คงไปทำอะไรไม่ได้ ปลาเองก็ไม่ชอบเลยพวกที่มาแต่งแบบอะไรไม่รู้ มั่วๆ หรือแต่งแบบสั่วๆมาแล้วล่อให้คนถ่ายรูป แต่ถ้าว่ากันตามจริงมันก็เป็นสิทธิของเขานะที่จะเลือกมางานทั้งแบบนี้ (ไม่ได้เห็นด้วย แต่จะให้เดินไปว่าเค้าเลยก็ไม่ใช่เรื่องอ่ะ) ที่ทำได้ก็มีแต่ปล่อยเค้าไป ไม่ไปถ่ายรูป ไม่ไปยุ่งด้วย
คิดว่ายังไงซะก็โตๆกันทุกฝ่ายแล้ว บางอย่างน่าจะรู้กันได้เอง
คิดว่าถ้าอยากทำให้สังคมดี เราก็ทำตัวเรา กลุ่มเราให้ดี ถ้าเป็นแบบนี้ทุกกลุ่ม มันก็น่าจะดีพอแล้วอ่ะ

ก็คือคิดว่าการที่มากำหนดประเมินค่าว่าควรทำแบบนู้นแบบนี้ หรือไม่ควรทำอะไรยังไง มันเป็นประเด็นที่ชวนให้รู้สึกไม่ดีกันได้ง่ายๆน่ะค่ะ
(พี่อาจจะบอกว่าไม่ได้กำหนด แต่อ่านแล้วมันได้ฟีลแบบนั้นอ่ะ ขอโทษนะที่พูดตรงๆ)

คือเท่าที่อ่านมาตอนก่อนๆ ปลาก็เป็นพวกที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรมอะไรเลยเหมือนกัน มาถึงก็แยกไปถ่ายรูป บอกตรงๆว่า ทุกวันนี้ที่ไปเพราะว่ามีความสุขที่ได้เจอกับเพื่อน กับคนที่รู้จัก แค่นั้นแหละ
สงสัยเพราะมุมมองส่วนตัวของปลาคือมาเก็บรูป (ตัวที่เราคอส แล้วตัวที่เราชอบ เท่านั้นอ่ะ) มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวไป ดูไม่ใช่คนคอสเพลย์ที่ดี แต่คิดว่าสำหรับงานอดิเรกความรู้สึกแค่นี้มันก็น่าจะพอแล้วอ่ะนะ

ส่วนเรื่องของการประกวด อันนี้แล้วแต่คนมอง แต่ความเห็นปลาก็ไม่ชอบให้มีประกวดเท่าไหร่ คิดว่างานคอสมาเจอกันคุยกันถ่ายรูป มีกิจกรรมอยากโชวือะไรก็ว่าไป ก็น่าจะพอแล้ว (แล้วแต่คนคิดจริงๆแหละเนอะ)

ส่วนเรื่องความพอใจกับสังคมที่เป็นตอนนี้อ่ะ คิดว่าแต่ละคนก็ต้องมีจุดที่ตัวเองไม่พอใจเหมือนกัน ส่วนที่เค้าจะรับมือหรือแก้ไขยังไง ก็แล้วแต่แต่ละคนไปละนะคะ คงให้ใครกำหนดทุกอย่างให้ไม่ได้หรอกอ่ะ...

#11 By PLARIEX on 2008-01-20 22:39

ไม่รู้จะตอบยังไงดี = = อ่าน ตั้งกะเอนทรี่แรก
เราว่า
ต่างคน
ต่างกรรม
ต่างวาระ
ต่างความคิด...
พูดไม่ได้หรอกว่าอันไหนถูกที่สุด...แต่ก็รู้สึกเหมือนกันว่าบางอย่างมันก็มากเกินไปจริงๆ...
ตอนนี้ที่หวังคือ...ไม่อยากให้คนภายนอกมองคอสเพลย์ไปในทางที่แย่กว่านี้ก็พอแร้วsad smile

#12 By J@an~♪♫ on 2008-01-20 22:58

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คะเรื่องนี้

ไม่รุ้ว่าทำ Bridge ไปแล้วจะเข้าตัวเองรึเปล่า
เรื่องอย่างงี้อยู่บนความเสี่ยง

ตัวเราจิงๆ ไม่ได้คิดว่า cosplay ไทยไม่มีมาตรฐานยังงัย
เพราะ ไม่เคยรู้ว่า cosที่เมืองนอก เป็นยังงัย
เคยเห็นคนเขียน ว่า คนญี่ปุ่นบอกว่า cosplay ไทยดีขึ้น
ไม่เข้าใจว่าดีขึ้น นี่หมายความว่ายังงัยกัน
เรื่องแต่งหน้า และชุดเหรอ หรือว่าเรื่องทำชุดเอง
หรือจะเป็นเรื่องการแสดง

เลยอยากจะถามว่าที่เมืองนอกหรือว่าญี่ปุ่น มีสมาคมที่เป็นคล้าย Bridge อย่างนี้รึเปล่า
หรือ มีอะไรที่ดูแล้วเป็นศูนย์กลางที่ทุกคนเห็นชอบตามด้วย

อย่างเรื่อง ค.ห.49 ตอนที่ 2 เนีย
เราเห็นด้วย กับที่คุณกุ๊กกิ๊ก ว่านะคะ
โดยตัวเราเนีย ก็ไม่ได้cosบ่อย
เพราะ ตอนที่กลับมาช่วงแรก ก็เจอปัญหาส่วนตัวต่างๆ นานา แถม(น่า)โดนเด็กคอสด้วยกันขโมยของไป
ก็พักไปซักพักจะ ว่าไปก็เกือบจะไม่ได้ตัดชุดอีก
มีแต่ยืมชุด เก่าเพื่อนมาใส่ เพราะอยากcosชุดนั้นจิงๆ
ตอนนั้น ยืมชุด Kazuki วง Raphael เพื่อนมา
อันนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า เป็นสนิม รึเปล่า
แต่อารมนั้น แค่อยาก รำลึก ถึงการจากไปและก็ ใกล้ถึงวันครบรอบการจากไปsad smile
ล่าสุดก็ยืมชุดเพื่อนอีก 555ไม่มีตัง แต่ตอนนั้น
รับปากเพื่อนๆ ว่าจะcos เพราะ เพื่อนจะไปทำงานส่งอาจารย์ ก็ไปเนียนๆ ขำๆกันอยู่แป๊บนึง แล้วก็เปลี่ยนชุด เพราะ ต้องทำงานกัน
หลังๆ ไม่ได้ค่อยcosต่อ เพราะ ปัญหาต่างๆ แถมต้องเริ่มทำงาน (sad smileบ่งบอกอายุ)
ก็ไม่ได้แต่ง
ไม่ได้มองว่า เนียนๆแล้วไปบ่อยดีกว่า
แต่แค่คิดว่าก็ไม่มีเวลาทำoption
จะไปจ้างรึก็ไม่มีเงิน เฮะๆ ล้อเล่น ไม่รู้ที่เค้ารับทำตะหาก(เข้าไปใหญ่)
ฮิฮิ เค้าซีเรียสกันยังมาขำอีกquestion

เราอาจเป็นส่วนนึงที่ ทำให้ cosplay เสื่อม หรือใครอาจะมองว่าใช่หรือไม่ก็ดี
..ขออภัย ที่ทำลงไป ที่อาจจะไม่ดี..

ขอให้ คุณกุ๊กกิ๊ก แพ้พนัน เพี้ยง!!open-mounthed smile

คุณกุ๊กกิ๊ก เห็นอารัยมั้ย คนcosplay กำลังแกว่ง
เหมือนโมเลกุลที่ กำลังเรียงตัว ไม่กระจัดกระจาย
แต่หวังแค่ว่ามันจะดีขึ้น
คิดว่าการที่ออกมาพูดครั้งนี้ คงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บ้าง
ไม่มากก็น้อย

#13 By ビッター バニラ [ Pha-rr ] on 2008-01-20 23:58

เป็นคนแสดงความคิดเห็นไม่เก่ง ขอบอกว่าเห็นด้วยทุกประการค่ะ

เรื่อง CosplayOK นี่ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ บางงานเหมือนมีcosplayer ไว้เพื่อประชาสัมพันธ์ ดึงดูดคนเข้างานยังไงยังงั้น (แต่ส่วนใหญ่ถ้าเป็นงานแบบนี้จะเลี่ยงไม่ไปอยู่แล้วน่ะค่ะ)

บางจุด บางเรื่อง ก็แก้ยาก ถ้าไม่มีเรื่องของความร่วมมือเป็นกลุ่มใหญ่ ทำคนเดียวคงไม่ไหว เป็นกำลังใจให้นะคะ

#14 By ~ Fuji ~ on 2008-01-21 00:19

เป็นกำลังใจให้เสมอ.....ชั่วชีวิต

ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีตอนนี้ซะแล้ว เป็นห่วงนะ อิอิ

แต่สุดท้ายก็มาปิดฉากเรื่องนี้ได้อย่างสมภาคภูมิ.....

อย่างน้อยก็รู้กันแล้วว่า "อะไรเป็นอะไร"



55555+

เขียนถึง "มะเร็ง" เลยก็ได้นะคะ ยังไงก็รออ่าน หุหุ
เรื่อง CosplayOK นี่ก้อเห็นด้วยนะ
หลังๆนี่ งานไหนก็ให้คอสได้ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย -*-
แล้วหลังๆเราเองก็ไม่ได้ไปทุกงานแล้วด้วย จะไปเฉพาะงานหลักๆเช่น J-Trend หรือ ComicParty, KOKORO อะไรงี้มากกว่า รู้สึกว่า ไปมากๆ แล้วงานไหนมันก็เหมือนกันหมด

*ตกมือเปาะแปะ* ให้ความพยายามทั้ง 3 entry
มีภาค 4 อีกมั้ยอ่ะพี่กิ๊ก แหะๆ

#16 By + Lady + LiLiMu + on 2008-01-21 11:34

ดุเดือดน่าอ่านจริงๆ


ถ้าคนจัดงานเค้าให้คนที่เป็นแบบพี่กุ๊กกิ๊ก
เข้าไปมีส่วนในการจัด+วางแผนงานด้วยก็คงดี





แต่จะว่าไปถ้าเกิดเป็นแบบตอนงานที่ตึกยามาฮา
ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็สมควรเคืองแหละ
บอกนู่นบอกนี้ก็ไม่ได้ เห้อ...



สุ้ๆเค้าเนอะพี่กุ๊กกิ๊กถ้าคนรุ่นหลังขาดคนรุ่นแรก
มาดูคงเละไปกว่านี้จนกู้ไม่กลับแน่ๆ

#17 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-01-21 23:44

อ่านมาหลายๆภาค มันก็คือ สังคมคอสเพลย์ในอุดมคตินั่นเอง...
ซึ่งแน่นอน ในประเทศร้อนๆแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ มันไม่มีทางเป็นจริงแน่นอน ได้อย่างมากก็แค่ใกล้เคียงประเทศต้นตำรับ

ผมไม่สน และเริ่มไม่แคร์แล้วล่ะว่าคนยุคนี้มันจะคอสเพลย์ด้วยรูปแบบและวัตถุประสงค์อะไร เพราะผ่านๆมันมาหลายปีแล้ว ไม่คิดที่จะไปอยู่บนหอคอยงาช้าง หรือว่ามีบทบาทอะไรในสังคมแห่งนี้เลย อยู่ในสังคมปกติยังมีปัญหามาเยอะแยะ ทำไมต้องไปหาเหาใส่หัวกับสังคมที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆที่ไม่ได้รู้จักเราซะเยอะแยะ

คุณจะรู้สึกยังไงแต่งคอสมาร่วมสิบปี คนที่บ้านยังบอก "ไปแต่งตัวบ้าๆบอๆ" เหมือนเมื่อวันแรกที่คุณแต่ง !!

ความภูมิใจในอดีตที่เคยทำก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาอวดอ้างศักดาให้ใครได้รับรู้ ผมก็เก็บมันเอาไว้เป็นความภูมิใจเล็กๆไว้...ผมไม่บ้า ผมไม่คลั่งอะไรกับวงการนี้ (แต่อาจจะมีบ่นบ้างบางครั้ง) เพราะอะไรน่ะรึ ?
เพราะสิ่งที่ผมต้องการจากวงการคอสเพลย์ผมได้รับกลับมาหมดแล้ว จากเสียงหัวเราะและความสนุกที่ผมได้พยายามมอบให้คนดู ที่หลายๆคนผมไม่เคยพบและไม่เคยรู้จัก ปัจจุบันงานแต่งคอสไม่ใช่งานที่จะมีรูปแบบที่ผมชื่นชอบเมื่อครั้งอดีตแล้ว ก็ได้แต่พยายามรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุดเท่านั้น

ถามว่าผมจะเลิกไหมกับวงการนี้ เมื่อก่อนเคยจะเลิกแต่สุดท้ายก็ยอมรับว่า ผมเลิกไม่ได้ ณ ตอนนี้ ถ้าปัจจัย โอกาส เวลา มันมาพร้อมกันเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมจะทำสิ่งที่ต้องการต่อไป big smile

#18 By naiamibios on 2008-01-21 23:48

พี่กิ๊ก อารมณ์มันพาไปจนเกิดเป็น
http://angelk.exteen.com/20080121/cosplay
ขึ้นมาแล้วละค่ะ sad smile

ถึงเนทจะแลคจนทำให้ข้อความหายไปครึ่งนึงตอนโพส แต่เราก็นั่งแก้จนขึ้นมาได้อ่ะ

งานบางงานนี่ไม่รู้จะเอา Cosplay มาเกี่ยวทำไม sad smile

-----------------------------------------
เรื่องจะยืม จะซื้อ จะขาย ชุดคอสเรามีความเห็นว่าเฉยๆ
แต่ "รักตัวละคร" นั้นจริงๆรึเปล่า

คนขายตอนแรกที่คุณตัด คุณรัก แต่คุณมีเหตุผลต้องขาย ไม่เป็นไรสิทธิ์ของคุณ

คนซื้อ ซื้อเพราะรักตัวละครที่คุณซื้อนี้ใช่ไหม ไม่ใช่ชุดสวย ใส่แล้วท่าจะขึ้น หรือง่ายดีขี้เกียจไปตัด

ยืม ถ้าชอบตัวละครเดียวกัน เป็นเพื่อนกัน ทำไมจะยืมกันไม่ได้ล่ะ เราก็เคยแลกชุดกันใส่กับเพื่อน (ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง)

ถ้า "รักตัวละคร" นั้น เรามองว่าเป็น "การประหยัด" ไม่ต้องเสียทรัพยากรเพิ่ม และทำให้ชุดที่ตัดนั้นมีคุณค่าเมื่อมีคนใส่อีกครั้งด้วย ไม่ใช่นอนแช่อยู่ก้นตู้ *ถ้าใส่ด้วยความรักในตัวละครนั้น

#19 By Aklare on 2008-01-22 02:50

เคยมีประสบการณ์อะไรแบบนี้แหละครับ

ตอนแรก ๆ อิสระเสรี แต่พอมีปัญหา เลยต้องเพิ่มกฏเข้ามาควบคุม
พอเพิ่มกฏเกณฑ์ ก็กลายเป็นว่าเข้มงวดไป ไม่อิสระ

ดังนั้น เห็นด้วยที่กุ๊กกิ๊กจะไม่ทำเองครับ

และคิดว่า มันคงกลายเป็นไอเดียที่หลาย ๆ คนเห็นด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีคนที่จะเสียสละพอที่จะมารับเป็นแกนนำ และมันก็จะผ่านเลยไปหงิ

#20 By xelloss on 2008-01-22 11:18

ไม่มีไรจะพูดนอก จาก จะเป็นกําลังใจเสมอ นะคะ
ถ้าเราช่วยได้เราก็จะพยามช่วยเต็มที่ อยากให้สังคมคอสเพลย์เรา ดูดีขึ้นกว่านี้คะdouble wink อย่ามั่วแต่เครียดน้าพักผ่อนมั้งก็ดีค่า

#21 By Ku la la Ch An on 2008-01-22 20:09

>_< สนับสนุนค่ะ......รู้สึกเบื่อที่ทุกงานเอาคอสเพลย์มาขาย
ถึงแม้ไม่ใช่คนที่เรียกได้ว่าคร่ำหวอดในวงการมานาน แต่ก็ทันคอสสมัยที่งานคอสเป็นงานคอสจริงๆ สมัยที่งานการ์ตูนใหญ่มีปีละสองครั้ง ทุกคนตื่นแต้ง แต่
ชุด ทำพร็อพ... คอสสมัยนั้นชื่นใจมากจริงๆ...

เรื่องมีมารตรฐานแต่คนไม่ไป ไม่มีมาตรฐานแต่คนไป อย่าเพิ่งรีบซีคะ
หลังๆไปคอสเพลยเยอร์ที่เห็นว่างานที่ผ่าน bridge แล้วดี ก็คงจะเลือกไปแต่งานที่ผ่านเอง ต้องใช้เวลานะคะ มันดูเหมือนจะไม่ได้ผลแต่ต้องไม่ท้อนะ ทำเลย >_<

คิดถึง...บรรยากาศที่คอสเพลย์เป็นคอสเพลย์จริงๆ

#22 By hikaru on 2008-01-23 00:45

ขอโทษค่ะ รีบพิมพ์ ผิดอื้อเลย...เฮือก...

#23 By hikaru on 2008-01-23 00:47

ตามมาจากบล็อคพี่เอแคล์
ชอบที่พี่เขียนมากๆเลยค่ะ
จะติดตามบล็อคพี่ไปเรื่อยๆเลยนะคะ
แล้วก็ขอแอด Favเลยนะคะbig smile

#24 By Anafe[อนาเฟ่] on 2008-01-23 19:55

อ่านจนจบรวดเดียวเลยนะนี่

ผมสนับสนุนโปรเจคยึดอำนาจรัฐประหาร(เว่อปาย)

โปรเจคนี้ความคิดดีมากครับ

คือถ้ามีคนคอยบริหารจัดการ มันก็จะมีระบบ ระเบียบมากขึ้น

อยากให้มีจริงๆนะ *0*

#25 By mC KEI on 2008-07-11 18:59

อุฮิ ..
อ่านแล้วสะดุ้ง ...
แต่ว่าตกลงไม่ทำแล้วใช่ไหมคะ
Props&Ops Bridge ที่ว่าน่ะค่ะ

เข้าใจในความคิดเห็นของคุณแล้วค่ะ
(หลังจากที่สองเอนทรี่ก่อน อ่านแล้วยังไม่เข้าใจแน่ชัด)

มันเป็นเรื่องของความมากเกินไปสินะคะ
เห็นด้วยกับคุณ กีจัง ค่ะ
คุณเองก็คงทุ่มเทมากเกินไปเช่นกันละมั๊งคะ

#26 By Dare? on 2008-08-25 04:40